การเช่าอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้เช่าไม่อาจยกสิทธิการเช่าขึ้นต่อสู้ผู้ให้เช่าได้ และการห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามอุทธรณ์
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้เช่าไม่อาจยกสิทธิเกี่ยวกับสัญญาเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าได้ และข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัย ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลย และยกฎีกาของจำเลย
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งเช่าตึกแถวโดยไม่มีสัญญาเช่าเป็นหนังสือ จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เช่าและไม่ได้รับบอกเลิกการเช่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาขับไล่ จำเลยฎีกาว่าตึกพิพาทเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แต่ไม่ได้ยกปัญหานี้ในศาลชั้นต้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2508นายเก่ง ธารสิริโรจน์โจทก์นายเต็กเฮ้ง แซ่ตันจำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 (5), ม. 249 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 538 การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์นั้นในชั้นฎีกาต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จำเลยฎีกาว่า ตึกพิพาทเป็นเคหะอยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 แต่มิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามตามมาตรา 249 และเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรจะยกปัญหาดังกล่าวนี้ขึ้นวินิจฉัย มาตรา 142(5) ก็ไม่ยกขึ้นวินิจฉัยให้ เมื่อการเช่าอสังหาริมทรัพย์มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือผู้เช่าก็ไม่อาจยกสิทธิเกี่ยวกับสัญญาเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์เพื่ออาศัยอยู่และทำการค้า โดยมิได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือ โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกการเช่าให้จำเลยออกไปจากตึกพิพาท จำเลยก็ไม่ออก จึงขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์จะมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทหรือไม่จำเลยไม่ทราบ จำเลยไม่ได้เช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์ จำเลยไม่ได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่จำเลยฎีกาขึ้นมาเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ ในชั้นฎีกาต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ท