การเช่าเพื่อการค้าไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 และข้อตกลงขึ้นค่าเช่าตามการประเมินภาษีของเทศบาลเป็นข้อตกลงที่ชอบ
เมื่อสัญญาเช่าระบุชัดเจนว่าเช่าเพื่อทำการค้า และจำเลยได้ทำการค้า จดทะเบียนการค้า เสียภาษีการค้า แม้จะอยู่อาศัยในห้องพิพาทด้วย ก็ถือว่าเป็นการเช่าเพื่อประกอบการค้า จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 และข้อตกลงให้ขึ้นค่าเช่าตามที่เทศบาลประเมินภาษีเป็นข้อตกลงที่ชอบด้
จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 และข้อตกลงขึ้นค่าเช่าตามที่เทศบาลประเมินภาษีเป็นข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมายใช้บังคับได้
สัญญาเช่าระบุชัดเจนว่าเช่าเพื่อทำการค้า จำเลยทำการค้า จดทะเบียนการค้า เสียภาษีการค้า และอยู่อาศัยในห้องพิพาทด้วย ค่าเช่าเดิมเดือนละ 30 บาท มีข้อตกลงว่าถ้าเทศบาลประเมินภาษีขึ้นจะต้องขึ้นค่าเช่าตามนั้น ต่อมาเทศบาลประเมินค่าเช่าเดือนละ 100 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2508นายเจิม เจริญอักษรโจทก์นายยู่เอี่ยง แซ่โคว หรือโค้วจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 537, ม. 113 สัญญาเช่าที่จำเลยทำกับโจทก์ระบุไว้ชัดเจนว่า'เพื่อทำการค้า' เมื่อจำเลยทำการค้า จดทะเบียนการค้าเสียภาษีการค้า ห้องพิพาทจะอยู่ในทำเลการค้าหรือไม่การค้าของจำเลยจะเล็กน้อยเพียงใดก็ไม่สำคัญและแม้จำเลยจะอยู่อาศัยในห้องพิพาทด้วยก็ตาม ก็ต้องถือว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อประกอบการค้าดังนี้ จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 จำเลยทำสัญญาเช่าห้องพิพาทโดยเสียค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ 30 บาท แต่มีเงื่อนไขตกลงกันอีกว่า การเสียค่าเช่าถ้าเทศบาลประเมินภาษีขึ้นจะต้องขึ้นค่าเช่าตามนั้นต่อมาเทศบาลได้ประเมินค่าเช่าเดือนละ 100 บาทดังนี้ ย่อมถือว่าข้อตกลงขึ้นค่าเช่าตามที่เทศบาลประเมินภาษีนั้นเป็นข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมายใช้บังคับได้(สวิง ลัดพลี-สอาด นาวีเจริญ-เจน เวชศิลป์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ