อุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ต้องห้าม แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ก็ไม่ถือเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
อุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับและศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ก็ไม่ถือเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ตามมาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าเช่าเพื่อการค้า จำเลยต่อสู้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าเช่าเพื่อการค้า จำเลยอุทธรณ์ว่าห้องเป็นเคหะ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เป็นข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาเจตนาเช่าเป็นข้อเท็จจริง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2508นายชูศักดิ์ สุคนธหงส์โจทก์นายลี แซ่จือ กับจำเลยอื่นๆอีกรวม 6 สำนวนจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ป.วิ.พ. ม. 224, ม. 247, ม. 249คดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากห้องเช่าอันมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละสองพันบาทซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้นเมื่อคู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแต่ศาลชั้นต้นสั่งรับโดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย และศาลอุทธรณ์ก็วินิจฉัยให้ ดังนี้ เมื่อคู่ความนั้นฎีกาต่อมาอีกศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะเมื่อเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย 6 สำนวน โดยอ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทของโจทก์เพื่อใช้ประกอบการค้ามีกำหนด 1 ปีนับแต่ 1 มกราคม2503 ในอัตราค่าเช่าเดือนละ 45 บาท, 60 บาท, 40 บาท, 45 บาท, 45 บาท, และ 45 บาทตามลำดับ จำเลยได้ใช้ห้องพิพาทประกอบการค้าตลอดมา เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาแล้ว โจทก์ให้จำเลยออกจากห้องพิพาท จำเลยยังคงอยู่ต่อมาอีก ทำให้โจทก์เสียหาย คือขาดประโยชน์จากเงินกินเปล่าปีละ 20,000 บาท และค่าเช่าอีกเดือนละ 500 บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป ให้จำเลยแต่ละสำนวนใช้ค่าเสียหายปีละ 20,000 บาท นับแต่ปี พ.ศ. 2504 และชำระค่าเสียหายเดือนละ 500 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากห้องพิพาทจำเลยให้การมีใจความว่า ห้องพิพาทอยู่ในเขตเทศบาล จำเลยเช่าเพื่ออยู่อาศัยเป็นสำคัญ ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯกับต่อสู้เป็นประการอื่นด้วย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ห้องพิพาทตั้งอยู่ริมถนนซึ่งเป็นทำเลการค้า จำเลยมีเจตนาเช่าห้องพิพาทเพื่