ห้องพิพาทที่เช่าเพื่อทำการค้าไม่เป็นเคหะควบคุมตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ผู้เช่าที่ไม่มีสัญญาเช่าหรือสิทธิตามกฎหมายอยู่ในห้องพิพาท
ห้องที่เช่าเพื่อทำการค้าและได้ประกอบการค้าด้วย ไม่ใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยแต่เพียงอย่างเดียว ไม่เป็นเคหะควบคุม ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ การแจ้งความจำนงขอเช่าตามมาตรา 18 ไม่ผูกมัดเจ้าของเพราะไม่อยู่ในบทบังคับของพระราชบัญญัตินี้ เมื่อผู้ครอบครองไม่มีสัญญาเช่าหรือสิทธิต
พิพากษายืน ให้จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ยกฎีกาจำเลย
มารดาจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อทำการค้าและได้ประกอบการค้าด้วย ไม่ใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อมารดาตาย จำเลยได้ทำการค้าต่อมา จำเลยแจ้งความจำนงขอเช่าไปให้โจทก์ทราบตามมาตรา 18 แต่โจทก์และจำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าต่อกัน และสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับมารดาจำเลยระงับแล้ว จำเลยขืนอยู่ในห้องพิพาทโ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1410/2508นางอุบล เวชชทนต์โจทก์นางสาวเล็ก กนกสุวรรณจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 420, ม. 438, ม. 566จำเลยเช่าห้องพิพาททำการค้าและได้ประกอบการค้าด้วยจึงไม่เป็นเคหะควบคุม และไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯเมื่อห้องพิพาทมิใช่เคหะควบคุม แม้จำเลยจะได้แจ้งความจำนงขอเช่าไปให้โจทก์ทราบตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ การกระทำของจำเลยก็ไม่ผูกมัดโจทก์ เพราะกรณีนี้ไม่อยู่ในบทบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้เมื่อจำเลยอยู่ในที่เช่าโดยไม่มีสัญญาเช่าหรือสิทธิอะไรตามกฎหมาย โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยออกไปเมื่อไรก็ย่อมทำได้ ไม่จำเป็นต้องทำการบอกกล่าวกันก่อนแต่ประการใดเมื่อปรากฏว่าจำเลยขืนอยู่ในห้องพิพาทโดยไม่มีสิทธิที่จะอ้างอิงแต่อย่างใดถือได้ว่าจำเลยได้ละเมิดสิทธิโจทก์และโจทก์ได้รับความเสียหายแล้วโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่าของโจทก์จำเลยต่อสู้ว่า มารดาจำเลยเช่าห้องจากโจทก์ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ หลังจากมารดาจำเลยตาย จำเลยได้มีหนังสือแจ้งความประสงค์เช่าตึกนี้ไปยังโจทก์แล้ว ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้เช่าสืบแทนมารดาจำเลย โจทก์จะขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์จึงไม่มาเก็บค่าเช่าโจทก์ไม่เคยบอกกล่าวเลิกการเช่ากับจำเลยศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า มารดาจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อทำการค้าและได้ทำการค้าในห้องพิพาท และเมื่อมารดาตายจำเลยได้ทำการค้าต่อมา จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 โจทก์จำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าต่อกันและสัญญาเช่าระหว่างโจทก์ก