การเช่าที่ดินเพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัย แต่ผู้เช่าไม่อยู่อาศัยเอง ถือเป็นการผิดสัญญา และไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.
เมื่อฟังว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาทเพื่ออยู่อาศัยเอง แต่จำเลยไม่อยู่อาศัย การเช่ารายนี้จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
พิพากษากลับ ให้ขับไล่บริวารของจำเลยออกไปจากที่ดินพิพาทและให้จำเลยรื้อถอนเรือนออกไปด้วย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัย แล้วจำเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่บุคคลในครอบครัวอาศัยในที่ดินและจำเลยไปอยู่ที่อื่น อันเป็นการผิดสัญญาเช่า จำเลยให้การว่าได้เช่าที่ดินของโจทก์ใช้เป็นที่ปลูกเรือนอยู่อาศัยของจำเลยกับหลาน ๆ และครอบครัว ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยให้การไว้แจ้งชัดว่าจำเลยได
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 188/2506คุณหญิงอัมพร ทิพมณเฑียร (หม้ายโจทก์นางนวม ลิมพานิชการจำเลย ป.พ.พ. ม. 537 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 เช่าที่ดินเพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัย แต่ผู้เช่าไม่อยู่อาศัยเอง อันเป็นการผิดสัญญาต่อผู้ให้เช่านั้น การเช่านี้ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่บริวารของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์และให้จำเลยรื้อถอนเรือนออกไปด้วย โดยอ้างว่าจำเลยได้เช่าที่ดินของโจทก์เพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัย แล้วให้บุคคลอื่นอยู่อาศัยในที่ดินจำเลยไปอยู่ที่อื่น โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว จำเลยไม่รื้อถอนออกไปจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ได้ทราบดีอยู่แล้วในขณะที่เช่าว่าจำเลยได้ตกลงเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อให้หลานของจำเลยพร้อมด้วยครอบครัวอยู่อาศัย จึงเห็นว่าเป็นการเช่าเคหะ ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัย แล้วจำเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่บุคคลในครอบครัวอาศัยในที่ดินและจำเลยไปอยู่ที่อื่น อันเป็นการผิดสัญญาเช่า จำเลยให้การว่าได้เช่าที่ดินของโจทก์ใช้เป็นที่ปลูกเรือนอยู่อาศัยของจำเลยกับหลาน ๆ และครอบครัว เห็นว่าจำเลยให้การไว้แจ้งชัดว่าจำเลยได้เช่าที่ดินของโจทก์เพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัยของจำเลยเอง ส่วนหลาน ๆ และครอบครัวที่จำเลยยกขึ้นกล่าวนั้นย่อมมีฐานะเป็นเพียงบริวารซึ่งอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์ การที่จำเลยนำสืบพยานว่าจำเลยเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อให้คนอื่นอยู่ ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังมานั้นจึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นรับฟังไม่ได้ ตามฟ้อง