ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9519/2544นาง สนอง ปึกขาวโจทก์นางสาว กุลหรือพิกุล ศรจุฬาไกรจำเลย ป.วิ.พ. ม. 249ปัญหาที่โจทก์จะยกขึ้นฎีกาเพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสองมิได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้นศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5451 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่3 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา ส่วนจำเลยครอบครองที่ดินพิพาท (ตามฟ้องโจทก์อ้างว่ามีเนื้อที่ประมาณ 6 ตารางวา) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของที่ดินตามโฉนดของโจทก์ดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันว่าพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดเอกสารหมาย จ.1 ของโจทก์มีปัญหาต้องวินิจฉัยชั้นนี้ตามที่โจทก์ฎีกาว่า การที่โจทก์มีตัวโจทก์เพียงปากเดียวเบิกความถึงการที่จำเลยมาขออาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์โดยมีนายบุญเกียรติ ธนูศิลป์ ช่างรังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเบิกความว่า โจทก์นำชี้ที่ดินของโจทก์ตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.3มากกว่าเนื้อที่ดินตามโฉนดเอกสารหมาย จ.1 และที่ดินพิพาทที่จำเลยปลูกเพิงอาศัยอยู่นั้นก็ไม่มีหลักฐานหลักหมุดโฉนดที่ดินเดิมปรากฏอยู่ด้วยจึงทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักน้อยกว่าพยานของจำเลยนั้น ก็ด้วยเหตุที่โจทก์ไม่สามารถรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ตามโฉนดเอกสารหมาย จ.1 ได้เพราะที่ดินของโจทก์บริเวณที่ดินพิพาทติดทางสาธารณประโยชน์ซึ่งนายอำเภอบางบาลคัดค้านและไม่รับรองแนวเขต แต่บัดนี้โจทก์ได้เป็นโจทก์ฟ้องกร