ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2501
ประเด็นกฎหมาย
การบอกเลิกสัญญาเช่าตึกที่ไม่ใช่เคหะ และการที่จำเลยยังคงอยู่ในตึกหลังจากบอกเลิกสัญญาโดยชอบเป็นการละเมิดหรือไม่
หลักกฎหมาย
เมื่อตึกพิพาทมิได้เป็นเคหะ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 และเมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว จำเลยยังคงอยู่ในตึกโดยไม่มีสิทธิเป็นการกระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบธุรกิจการค้า ตึกพิพาทมิได้เป็นเคหะ โจทก์บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว แต่จำเลยยังคงอยู่ในตึกโดยไม่มีสิทธิ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2501นายสุรินทร์ ไชยประสิทธิ์โจทก์นายล้วน เวกชาลิกานนท์จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 420, ม. 566เมื่อตึกพิพาทมิได้เป็นเคหะ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แล้วก็ไม่มีทางที่จำเลยจะมาคัดค้านว่าโจทก์ทำผิด พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯประการใดได้ เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่ากับจำเลยโดยชอบแล้วจำเลยยังขืนอยู่ในตึกของโจทก์โดยไม่มีสิทธิอย่างใดจึงเป็นการจงใจกระทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายให้โจทก์ต้องเสียหายในสิทธิแห่งทรัพย์สินของโจทก์จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อกฎหมายได้ความว่าจำเลยเช่าตึกรายพิพาทเพื่อประกอบธุระกิจการค้าและโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าแก่จำเลยโดยชอบแล้วศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาทกับให้จำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ 25 บาทนับแต่เดือนมีนาคม 2497 จนกว่าจำเลยจะได้ออกไปจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน เพียงแต่แก้กำหนดเวลาให้จำเลยชำระค่าเช่าให้โจทก์ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2498 เป็นต้นไปจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมาย 2 ข้อคือ1. ฎีกาจำเลยที่อ้างว่า โจทก์เรียกค่าเช่าขึ้นราคาเดือนละ 25 บาทเป็นเดือนละ 65 บาท เป็นการผิดพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ฉะนั้นหนังสือที่โจทก์บอกเลิกการเช่าและให้ชำระค่าเช่าเดือนละ 65 บาทจึงตกเป็นโมฆะต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยยังไม่ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยตามกฎหมาย ฟ้องไม่ได้นั้น ก็เมื่อตึกพิพาทมิได้เป็นเคหะ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แล้ว ก็ไม่มีทางที่จำเลยจะมาคัดค้านได้ว่าโจทก์ทำผิดพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ประการใด2. ที่จำเลยฎีกา คดีนี้เป็นเรื่องผิดสัญญา ไม่ใช่เรื่องละเมิดนั้น เมื่อโจทก์บอกเ