ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2501
ประเด็นกฎหมาย
เจ้าของที่ดินที่สละการครอบครองที่ดินให้วัดแล้ว มีอำนาจฟ้องขับไล่เจ้าอาวาสที่ได้รับแต่งตั้งโดยชอบหรือไม่
หลักกฎหมาย
วัดที่ได้รับการประกาศตั้งเป็นสำนักสงฆ์ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 38 เป็นนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. มาตรา 72(2) สามารถได้ที่ดินโดยการครอบครอง การที่เจ้าของที่ดินมือเปล่าสละการครอบครองและอุทิศที่ดินให้วัดโดยวัดเข้าครอบครองแล้ว ถือเป็นการสละการครอบครองโดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียน
คำวินิจฉัย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์ซื้อที่ดินมือเปล่า สร้างวัดและสิ่งปลูกสร้าง ถวายให้เป็นวัด ทางราชการประกาศตั้งเป็นสำนักสงฆ์ โจทก์สละการครอบครองให้วัด ต่อมาไม่พอใจที่จำเลยเป็นเจ้าอาวาส จึงฟ้องขับไล่โดยอ้างว่ายังไม่ได้โอนทะเบียนที่ดิน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2501นายสังวาลย์ เสมือนโพธิโจทก์พระชินวงศ์เทวี(ลออ กลิ่นเจริญจำเลย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ป.พ.พ. ม. 70, ม. 72 (2), ม. 1377, ม. 1378, ม. 1382 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 86, ม. 102, ม. 104การที่เจ้าของที่ดินที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่จัดสร้างวัดขึ้นในที่ดินแล้วถวายให้เป็นวัดและทางราชการได้ประกาศตั้งให้เป็นสำนักสงฆ์ตามพระะราชบัญญัติคณะสงฆ์แล้วก็ต้องถือว่าเป็นวัดตามกฎหมายวัดย่อมเป็นนิติบุคคลซึ่งมีสิทธิและหน้าที่เหมือนบุคคลธรรมดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วัดจึงอาจได้ที่ดินมาโดยทางครอบครองได้ (อ้างฎีกา1253/2481,944-945/2497) เจ้าของที่ดินที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญมอบการครอบครองที่ดินที่สร้างวัดและสิ่งปลูกสร้างถวายให้เป็นของวัดและวัดเข้าครอบครองแล้วก็ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินสละการครอบครองไม่ต้องทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองให้แต่ประการใด (อ้างฎีกาที่ 541/2500) เมื่อเจ้าของที่ดินที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญสละการครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถวายวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแล้วเจ้าของที่ดินนั้นก็ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่หรือห้ามพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นเจ้าอาวาสได้คดีได้ความว่าโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินยังไม่มีหนังสือสำคัญจากนายสุข วงษ์กรด โดยทำสัญญาซื้อขายกันต่ออำเภอชุมแสงเพื่อสร้างเป็นวัดรายพิพาท โจทก์ได้รับอนุญาตทางราชการให้สร้างวัดได้โจทก์และชาวบ้านได้จัดการสร้างหอสวดมนต์ 1 หลัง กุฏิ 3 หลังครัวห้องน้ำและห้องส้วมขึ้นเสร็จแล้วโจทก์และชาวบ้านได้ร่วมกันนิมนต์พระภิกษุสามเณรมาจำพรรษาที่วัดที่สร้างขึ้นในพรรษาของปี พ.ศ. 2497 รวมทั้งจำเลยนี้ด้วย โจทก์ได้รายงานต่ออำเภอว่าได้สร้างวัดขึ้นเสร็จแล้ว ขอให้ทางการประกาศเป็นสำ