ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2501
ประเด็นกฎหมาย
ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับสินเดิม สินสมรส การทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินสมรส การตกไปของพินัยกรรมเมื่อผู้รับพินัยกรรมตายก่อนเจ้ามรดก อายุความฟ้องเพิกถอนพินัยกร
หลักกฎหมาย
1. ทุนเดิมหรือทุนตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 68 หมายถึงทรัพย์สินของเมียหรือผัวที่มีอยู่ก่อนแต่งงานซึ่งอาจนำมาใช้ประกอบการทำมาหากินให้เกิดผลได้ หรืออาจนำมาใช้เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งในภายหลังที่ทำการสมรสกันแล้ว ถึงแม้จะมิได้เอามาบริคณห์กันในเวลาแต่งงานก็ดี นับว่าเป็นสินเดิม 2. การที่โจทก์มีเงิน
คำวินิจฉัย
พิพากษายืน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
นางเปี่ยมโจทก์ที่ 1 ได้ทำการสมรสกับพระยาวิสูตรสาครดิษฐ์ชอบด้วยกฎหมาย 55 ปีเศษ โดยนางเปี่ยมมีสินเดิมตามบัญชีท้ายฟ้องหมายเลข 1 รวมราคา 6,300 บาท แต่เวลานี้คงเหลือสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท นอกจากนั้นจำหน่ายหมดไปในการกินอยู่กับพระยาวิสูตรฯ นางผ่อน โชติกเสถียร โจทก์ที่ 2 ได้ทำการสมรสกับพระยาวิสูตรฯ ชอบด้วยกฎ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2501นางเปี่ยม โชติกเสถียร กับพวกโจทก์หลวงจำรูญฤทธิไกร กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 ป.พ.พ. ม. 1466 (2), ม. 1477, ม. 1698 (1), ม. 1699, ม. 1620 (2), ม. 1621, ม. 1710, ม. 1605"สินเดิม" คือทรัพย์สินของผัวหรือของเมียที่มีอยู่ก่อนแต่งงาน ซึ่งอาจนำมาใช้ประกอบการทำมาหากินให้เกิดผลได้ หรืออาจนำมาใช้เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งในภายหลังที่ทำการสมรสแล้ว ถึงแม้จะมิได้นำมาบริคณห์กันในเวลาแต่งงานแล้วก็ดีการที่โจทก์มีเงินสดติดตัวมาและมีเครื่องทองเพชรสำหรับแต่งตัวเป็นสินเดิมมา เมื่อมาอยู่กับเจ้ามรดกแม้เจ้ามรดกทำแต่ราชการอย่างเดียวมิได้ค้าขายก็ถือว่ามีสินเดิม มีสิทธิขอแบ่งสินสมรสได้ผู้ทำพินัยกรรมจะเอาส่วนสินสมรสของโจทก์ไปทำยกให้ผู้อื่นไม่ได้เมื่อพินัยกรรมระบุยกทรัพย์สินให้ น.ส.หนุ่ย.น.ส.หนุ่ยตายก่อนเจ้ามรดก ต้องเอาส่วนของ น.ส.หนุ่ยมาแบ่งแก่ทายาทที่มิได้มีคำสั่งกำจัดมรดกทุกคนการที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งสินสมรสและส่วนมรดก ไม่เป็นการฟ้องให้เพิกถอนข้อกำหนดในพินัยกรรม จึงไม่จำต้องฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่ทราบข้อความในพินัยกรรมการยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ไม่ใช่เป็นการรับรองพินัยกรรม พินัยกรรมระบุจำนวนเงินที่จะใช้ทำศพแน่นอน ถ้าผู้จัดการมรดกใช้เงินเกินไปจากที่กำหนด ที่ประชุมใหญ่ให้ถือว่าเป็นหนี้ทางศีลธรรมซึ่งผู้ออกเงินไป สมัครออกไปเองจะหักเงินนี้จากกองมรดกไม่ได้คดีนี้ฟ้องและแก้ฟ้องว่า นางเปี่ยมโจทก์ที่ 1 ได้ทำการสมรสกับพระยาวิสูตรสาครดิษฐ์ชอบด้วยกฎหมาย 55 ปีเศษโดยนางเปี่ยมมีสินเดิมมาตามบัญชีท้ายฟ้องหมายเลข 1 รวมราคา 6,300 บาท แต่เวลานี้คงเหลือสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท นอกจากนั้นจำหน่ายหมดไปในการกินอยู่กับพระยาวิสูตรฯ แ