ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9107/2544
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9107/2544บริษัท ลัดดาวัลย์ธุรกิจพัฒนา จำกัดโจทก์บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชนจำเลย ป.วิ.พ. ม. 1 (3), ม. 1 (5), ม. 18, ม. 226คำร้องขอของโจทก์ที่ให้เรียกธนาคาร ท. บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นคู่ความในคดีเพื่อเป็นจำเลยร่วมไม่มีลักษณะเป็นคำฟ้องหรือคำคู่ความ ไม่เหมือนกรณีที่บุคคลภายนอกร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีไม่ว่าโดยความสมัครใจ หรือถูกหมายเรียกของศาลให้เข้ามา เนื่องจากคำร้องสอดของบุคคลภายนอกที่ยื่นต่อศาลเป็นการตั้งประเด็นโต้แย้งกับคู่ความในคดีจึงมีลักษณะเป็นคำฟ้องและเป็นคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(3) และ (5) เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์ที่ให้เรียกธนาคาร ท. เข้ามาเป็นจำเลยร่วม จึงไม่ใช่คำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามมาตรา 18 แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 7822 ถึง 7824 ตำบลบางพูด (บางพัง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มาทำการโอนขายและรับชำระหนี้ต้นเงิน 1,754,963.16 บาทพร้อมดอกเบี้ยไปจากโจทก์ และไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 7761,7775, 7778, 7784, 7788, 7789, 7790 ถึง 7812, 7818, 7822 ถึง7824, 7861, 7896, 7898, 7902, 7906, 7927 และ 171649 ตำบลบางพูด (บางพัง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และส่งมอบโฉนดดังกล่าวคืนโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงแทนเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน15,551,666 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จนกว่าจำเลยจะส่งมอบโฉนดที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นได้ทำการชี้สองสถ