ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2499
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2499นายชวน ศิริวงษ์โจทก์กรมที่ดิน (โดยพระนิติเกษตรสุนทร อธิบดีกรมที่ดิน) ที่ 1 กับพวกรวม 7 คนจำเลย พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 86การอ้างว่าได้มีการครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 ซึ่งเป็นเวลาก่อนใช้ พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 นั้น เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่จะต้องมีการนำพยานบุคคลเข้าสืบกันต่อไปทั้งนี้เพราะการครอบครองจะเริ่มมาแต่เมื่อใด สืบเนื่องกันมาอย่างไรยังจะต้องมีการนำสืบ หากการครอบครองมีมาก่อนบทกฎหมายที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ครอบครองจะถูกขับไล่ไม่ได้และไม่ชอบที่ศาลจะตัดพยานบุคคลเกี่ยวกับ.ประเด็นข้อครอบครองเพราะเหตุที่ผู้นำสืบไม่มีเอกสารสำคัญแสดงกรรมสิทธิในที่ดินพิพาทโจทก์ฟ้องว่าที่สวนยาง 1443 ไร่ เดิมตั้งแต่ พ.ศ. 2477 นายตัน เซ่งห้องเข้าครอบครองทำประโยชน์ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2481 นายตันเซ่งห้องขายที่ให้นายหลี เองฮก ๆ เข้าครอบครองอย่างเป็นเจ้าของสัญญา ต่อมานายหลีเองฮก ขายที่ให้โจทก์ ๆ ซื้อแล้วเข้าครอบครองครั้นเมื่อเดือนมีนาคม 2494 จำเลยสมคบกันบุกรุกโจทก์จึงฟ้องขอให้ขับไล่ ไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่รายนี้ กับมีคำขออย่างอื่นอีกจำเลยทั้งหมดให้การว่าที่รายนี้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน นายตันเซ่งห้องไม่เคยได้รับอนุญาตให้จับจองจึงไม่มีสิทธิในที่ดินรายนี้ผู้รับโอนต่อ ๆ มาก็ไม่มีสิทธิดุจกันเมื่อเดือนมีนาคม 2494 อธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งให้ไล่นายหลีเองฮก นายตัน เซ่งห๋อง นายไวจูเหลียวรวมทั้งบริวารให้ออกจากที่รายนี้ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมดูแลที่นี้และยังมีคำให้การในข้ออื่น ๆ อีกศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์ซื้อที่สาธารณสมบัติของแผ่