ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1592/2545
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1592/2545ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชนโจทก์ผู้ร้องสอดโจทก์นาง สมร คล้ายลำเจียก กับพวกโจทก์ร้อยโท นรินทร์ ธรรมถาวรจำเลย ป.พ.พ. ม. 11, ม. 653, ม. 744แม้ในสัญญาจำนองที่ดินจะระบุข้อความว่า จำนองเป็นประกันหนี้ซึ่งจำเลยผู้จำนองมีต่อธนาคารโจทก์ผู้รับจำนองในเวลานี้หรือที่จะมีขึ้นใหม่ในภายหน้าก็ตามแต่เมื่อหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งเป็นหนี้ประธานที่มีการจำนองเป็นประกันได้ระงับสิ้นไปโดยจำเลยชำระเงินกู้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว สัญญาจำนองซึ่งเป็นหนี้อุปกรณ์ย่อมระงับไปด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 744(1) ทั้งในการทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีโจทก์และจำเลยก็มิได้ระบุไว้ในสัญญาดังกล่าวว่ามีการจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชี การตีความถึงเจตนาของคู่สัญญาในกรณีมีข้อสงสัยเช่นนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11 ให้ตีความในทางที่เป็นคุณแก่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น กรณีต้องฟังว่าโจทก์และจำเลยมิได้ตกลงให้นำสัญญาจำนองที่ดินมาเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชี โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับจำนองที่ดินเพื่อชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับโจทก์ที่สาขาสระบุรี บัญชีเลขที่ 270-303600-0 และจำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ ในวงเงินเกินบัญชีจำนวน 150,000 บาท มีกำหนดชำระคืนภายใน 12 เดือน โดยจำเลยยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์อัตราร้อยละ 10 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุกวันที่ 5 ของเดือน หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้ากับเงินเบิกเกินบัญชี ซึ่งจำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันสำหรับเดือนต่อไป และเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่มีต่อโจทก์ในขณะทำสัญญาหรือจะ