ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2545นาย ฉลอง ประทีปทองโจทก์นาย พุก กองพันธ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 183, ม. 249แม้ภาระการพิสูจน์ของคู่ความต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและหากชั้นชี้สองสถานศาลกำหนดภาระการพิสูจน์ผิดพลาดไป ศาลย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษาคดีไปตามภาระการพิสูจน์ที่ถูกต้องได้ แต่เมื่อโจทก์และจำเลยได้สืบพยานไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นจนสิ้นกระแสความแล้ว โดยศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นข้อพิพาทโดยมิได้ยกเอาหน้าที่นำสืบหรือภาระการพิสูจน์มาเป็นเหตุพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี และคดีก็ยังต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงอีกด้วย ดังนั้น แม้ฝ่ายใดจะมีภาระการพิสูจน์ ผลแห่งคดีก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไป การที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 1218 ตำบลคำขวางอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาปี 2540 มีทางหลวงแผ่นดินตัดผ่านกลางจึงทำให้แบ่งแยกเป็น 2 แปลง แปลงที่ 1 เนื้อที่ 1 งานเศษ แปลงที่ 2 เนื้อที่ 1 ไร่เศษจำเลยบุกรุกเข้าไถที่ดินเต็มพื้นที่ทั้ง 2 แปลงและยังล้อมรั้วที่ดินแปลงที่ 2 และโต้แย้งว่าที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเป็นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินทั้งสองแปลงตามฟ้องเป็นของโจทก์ให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตามฟ้อง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไปพร้อมกับให้จำเลยรื้อถอนรั้วออกจากที่ดินตามฟ้องจำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและนางแก้ว กองพันธ์ ภริยาจำเลยมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1219 เนื้อที่ 17 ไร่2 งาน 20 ตารางวา ซึ่งนางแก้วได้มาโดยการเข้าจับจองและเข้าทำประโยชน์ในฐานะเป็นเจ้าของร่วมกันกับจำเลยโดยสงบเปิดเผยไม่มีผู้