ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2507
ประเด็นกฎหมาย
การประกอบอาชีพนางผดุงครรภ์เป็นการรับจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ซึ่งต้องจดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรที่แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่
หลักกฎหมาย
การรับจ้างทำการคลอดบุตรโดยมีสินจ้างเป็นการรับจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 แม้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2504 จะไม่ได้ระบุสถานพยาบาลไว้เป็นประเภทการค้าโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ได้ยกเว้นภาษี การรับจ้างทำของที่ไม่เข้าประเภทอื่นย่อมเข้าอยู่ในประเภท 4(ฉ) การรับจ้างทำของอย่างอื่น
คำวินิจฉัย
การที่โจทก์ตั้งสถานพยาบาลและผดุงครรภ์โดยโจทก์ในฐานะนางผดุงครรภ์ จัดการให้ทารกคลอดจากครรภ์มารดาโดยมีสินจ้างซึ่งฝ่ายหญิงมีครรภ์ต้องจ่ายให้โจทก์เมื่อทำคลอดแล้วนั้นเป็นการรับจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ซึ่งต้องจดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2504 พิพากษายืน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์ประกอบอาชีพนางพยาบาลและนางผดุงครรภ์ มีสถานพยาบาล รับจ้างทำการคลอดบุตรให้หญิงมีครรภ์โดยมีสินจ้าง ตั้งแต่กันยายน 2504 ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีการค้าและจดทะเบียนการค้า จำเลยที่ 2 ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้า เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม 16,096.44 บาท โจทก์ชำระแล้ว
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2507นางจามรี วรรณพฤกษ์โจทก์กรมสรรพากรโดยนายหรัญ สูตะบุตร อธิบดี ที่ 1จำเลยนายพูนชัย วงษ์เตปา ในฐานะสรรพากรจังหวัดสงขลา ที่ 2จำเลยนายแสวง รุจิรัต ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ 3จำเลยนายเชษฐ์ ชีวะธรรม ในฐานะอัยการจังหวัดสงขลา ที่ 4จำเลย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 587 การที่โจทก์ตั้งสถานพยาบาลและผดุงครรภ์โดยโจทก์ในฐานะนางผดุงครรภ์ จัดการให้ทารกคลอดจากครรภ์มารดาโดยมีสินจ้างซึ่งฝ่ายหญิงมีครรภ์ต้องจ่ายให้โจทก์เมื่อทำคลอดแล้วนั้นเป็นการรับจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ซึ่งต้องจดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2504โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีอาชีพเป็นนางพยาบาลและนางผดุงครรภ์ ตั้งสถานพยาบาลผดุงครรภ์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับบัญชาเหนือจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ในฐานะสรรพากรจังหวัดได้ประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าจากโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการอุทธรณ์ซึ่งประกอบด้วยจำเลยที่ 3, 4, 5พิจารณาแล้ว แจ้งให้โจทก์เสียภาษีตามที่จำเลยที่ 2 ประเมิน กับเสียเบี้ยปรับเพราะไม่จดทะเบียนการค้าและชำระภาษีต่อไปจนกว่าศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดนั้น ไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร ขอศาลพิพากษาว่า การทำสถานพยาบาลผดุงครรภ์ของโจทก์ไม่เป็นการค้าประเภทรับจ้างทำของ ประเภท 4(ฉ) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ตามประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 และไม่ต้องจดทะเบียนการค้าเพื่อเสียภาษีให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าภาษี เบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่โจทก์ชำระไว้ต่อเจ้าหน้าที่สรรพากร 16,096.44 บาท กับเงินที่โจทก์ชำระไว้ต่อไปอีกทั้งหมดให้โจทก์ กับดอกเบ