ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341 - 350/2507

ประเด็นกฎหมาย

คำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดให้รื้อถอนอาคารโดยอ้างประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องจังหวัดเป็นจำเลยหรือไม่

หลักกฎหมาย

จังหวัดเป็นนิติบุคคล ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แทน การกระทำตามอำนาจหน้าที่ราชการในตำแหน่ง จังหวัดต้องรับผิดชอบ โจทก์ผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจังหวัดได้ และการปลูกสร้างอาคารในที่ดินของตนแล้วน้ำเซาะตลิ่งพังเข้าไปถึงใต้ถุนอาคาร มิใช่การเข้าไปปลูกปักในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

คำวินิจฉัย

คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 ไม่มีผลบังคับ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องหรือรื้อถอนอาคารของโจทก์ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและห้องแถว ปลูกสร้างอาคารในที่ดินของตน ต่อมาน้ำในแม่น้ำเซาะตลิ่งพังเข้าไปถึงใต้ถุนอาคาร โจทก์ต่อเสาและไม้ค้ำยันป้องกันอาคารพัง จำเลยมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารโดยอ้างประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341 - 350/2507นางวันนา แสงชัย กับบุคคลอื่นอีกรวม 10 สำนวนโจทก์จังหวัดนครสวรรค์ โดยนายสวัสดิ์ วงศ์ปฏิทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 1304 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2499 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพ จังหวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลและมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แทนนั้นเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้กระทำการใดอันเป็นการปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ราชการในตำแหน่งแล้วจังหวัดก็จะต้องรับผิดชอบ โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายจึงมีอำนาจฟ้องจังหวัดเป็นจำเลยได้ โจทก์ปลูกสร้างอาคารลงในที่ดินของตน ต่อมาน้ำในแม่น้ำได้เซาะตลิ่งพังเข้าไปถึงใต้ถุนอาคารโจทก์จึงได้ต่อเสาและเอาไม้ค้ำยันเพื่อป้องกันมิให้อาคารของตนพังลงนั้น หาใช่โจทก์เข้าไปปลูกปักอาคารในที่ซึ่งเป็นทางสัญจรของประชาชน หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามความหมายของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 ไม่ตามฟ้องของโจทก์ทั้ง 10 สำนวนได้ความว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและห้องแถวซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ จำเลยได้มีคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนห้องแถว โดยอ้างอาศัยอำนาจประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 โจทก์เห็นว่าคำสั่งของจำเลยไม่ชอบ จึงขอให้ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและเพิกถอนคำสั่งของจำเลยเสียจำเลยให้การปฏิเสธเป็นอย่างเดียวกันทุกสำนวนว่า คำสั่งของจำเลยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 ไม่มีผลบังคับ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องหรือรื้อถอนอาคารของโจทก์จำเลยทั้ง 10 สำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน