ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3254/2545นาง มาลัย จิวประสาทโจทก์นาง บุญหลวง อยู่บุญจำเลย ป.พ.พ. ม. 537สามีโจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินที่สามีโจทก์และโจทก์ปลูกอ้อยส่งขายให้แก่สามีจำเลยเมื่อสามีจำเลยถึงแก่ความตาย จำเลยจึงเป็นผู้รับซื้ออ้อยจากสามีโจทก์และโจทก์แทนโจทก์จึงมิได้เป็นผู้เช่า ต้องถือว่าโจทก์อยู่ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าของสามีโจทก์แม้จำเลยยอมให้โจทก์และสามีโจทก์อยู่ในที่ดินต่อมาภายหลังจากที่ครบกำหนดเวลาเช่าแล้ว อันจะถือได้ว่าเป็นการทำสัญญาเช่าใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลาสิทธิการเช่าก็ยังคงเป็นของสามีโจทก์หากจำเลยประพฤติผิดสัญญาเช่าก็ชอบที่สามีโจทก์จะต้องว่ากล่าวเอาแก่จำเลยที่เป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของสามีจำเลย เมื่อสามีโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยจนกระทั่งสามีโจทก์ถึงแก่ความตายโจทก์ซึ่งเป็นภริยาของผู้เช่าก็ไม่มีอำนาจเข้าสวมสิทธิการเช่าของสามีโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาเช่าจากจำเลยได้เพราะสิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าถึงแก่ความตายสัญญาเช่าย่อมเป็นอันระงับไปโจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2528 นายเฉลียว จิวประสาท สามีโจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดิน2 แปลง เนื้อที่ 16 ไร่ 1 งาน จากนายศิริหรือเหมียง อยู่บุญ สามีจำเลย เพื่อปลูกอ้อยส่งขายให้แก่นายศิริหรือเหมียง เป็นเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2528 ถึงวันที่30 เมษายน 2531 ในอัตราค่าเช่าไร่ละ 400 บาท หลังจากครบกำหนดเวลาเช่าตามสัญญา นายเฉลียวและโจทก์ปลูกอ้อยในที่ดินดังกล่าวตลอดมาโดยไม่มีการทำหนังสือสัญญาเช่า จึงเป็นการทำสัญญาเช่าที่ดินใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ต่อมาวันที่ 10เมษายน 2535 จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายศิริหรือเหมียงผิดสัญญาเช่าโดยนำที่ดินดังกล่าวไปให้บุคคลอื่นเช่าและผู้เช่าน