ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3371/2545นาย วารี วงศ์อ่อน กับพวกโจทก์นาย ลำไย บุญพาจำเลย ป.วิ.พ. ม. 249ปัญหาที่ว่าหนังสือสัญญากู้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนในกองทุนที่จำเลยจัดตั้งหรือไม่ จำเลยมิได้ให้การเป็นประเด็น แม้จะได้นำสืบในชั้นพิจารณา ก็เป็นการสืบนอกคำให้การเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 การที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือสัญญากู้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนในกองทุนที่จำเลยจัดตั้ง เท่ากับเป็นการฎีกาให้รับฟังพยานหลักฐานของจำเลยว่าจำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ แต่ได้ทำสัญญากู้เงินเพื่ออำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนของโจทก์ในกองทุนของจำเลยอันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 249โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2541 จำเลยกู้เงินโจทก์ที่ 1 จำนวน200,000 บาท และกู้เงินโจทก์ที่ 2 จำนวน 150,000 บาท ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้จำนวน 389,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี จากต้นเงิน 350,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ทั้งสอง และสัญญากู้เงินระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ 3 ต่อเดือน เป็นการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 200,000 บาท และชำระหนี้แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2542 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ท