ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3579/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3579/2545บริษัท เจเอทีลิสซิ่ง จำกัดโจทก์นาย ทวี แซ่หว่อง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 653, ม. 680 ป.วิ.พ. ม. 142 (5), ม. 180ในขณะที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อและจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์นั้น โจทก์จะเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทหรือไม่ เป็นเพียงข้อเท็จจริง มิได้มีผลกระทบถึงความสมบูรณ์ของสัญญาเช่าซื้อ ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยทั้งสองจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การในปัญหาดังกล่าวเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ได้คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์ฐานผิดสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การต่อสู้คดี ระหว่างการพิจารณาสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบพยานก่อน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การโจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังวันสืบพยานโจทก์เกินกว่า 7 วัน และไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 จึงไม่อนุญาตให้แก้ไขคำให้การ ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยทั้งสองมีข้อความตอนหนึ่งว่า ในขณะทำสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เป็นการขอแก้ไขในประเด็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิขอแก้ไขคำให้การได้ เห็นว่า ในขณะทำสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันโจทก์จะเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาทหรือไม่ เป็นเพียงข้อเท็จจริง มิได้มีผลกระทบถึงความสมบูรณ์ของสัญญาเช่าซื้อ ทั้งมิใช่ปัญหาอันเก