ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2505

ประเด็นกฎหมาย

จดหมายธุรกิจที่ไม่มีลักษณะเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะและไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ สามารถใช้เป็นหลักฐานตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 เพื่อแสดงการชำระหนี้ได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 105 การรับเงินเช่นนี้มิได้บังคับว่าจะต้องออกใบรับเงินประการใด หนังสือฉบับนี้เป็นหลักฐานตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 บังคับไว้เท่านั้น แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ก็ฟังเป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้จำนวนนี้ให้แก่โจทก์แล้ว

คำวินิจฉัย

หนังสือที่เป็นจดหมายธุรกิจซึ่งไม่มีลักษณะเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะ แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ก็ใช้เป็นหลักฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 เพื่อแสดงว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์แล้วได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เขียนจดหมายถึงจำเลย มีข้อความว่า 'เรียนครูที่เคารพนับถืออันสูง กระผมได้ฝากนมมาให้ 1 โหล ราคา 44 บาท โปรดทราบเงินฝากไป 9,400 บาท กระผมได้รับและลงบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว' และลงชื่อโจทก์ จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายธุรกิจกล่าวถึงเงินที่จำเลยฝากไปให้โจทก์แล้ว ไม่มีลักษณะเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะ และไม่ได้ปิด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2505นายแฉล้ม สวัสดีโจทก์นายผอง ขาวดาจำเลย ป.พ.พ. ป.รัษฎากร เอกสารมีความว่า'เรียนครูที่เคารพนับถืออันสูง กระผมได้ฝากนมมาให้ 1 โหล ราคา 44 บาทโปรดทราบเงินฝากไป 9,400 บาท กระผมได้รับและลงบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว' ท้ายข้อความเป็นคำลงท้ายของหนังสือ วัน เดือน ปี และเซ็นชื่อโจทก์ ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นจดหมายธุรกิจกล่าวถึงเงินที่จำเลยฝากไปให้โจทก์แล้วด้วยไม่มีลักษณะเป็นใบรับเงินโดยเฉพาะซึ่งตามประมวลรัษฎากรมาตรา 105 การรับเงินเช่นนี้ก็มิได้บังคับว่าจะต้องออกใบรับเงินประการใด หนังสือฉบับนี้เป็นหลักฐานตามที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 บังคับไว้เท่านั้น แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ก็ฟังเป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยได้ชำระหนี้จำนวนนี้ให้แก่โจทก์แล้ว(อรรถไพศาลศรุดี-ประมูล สุวรรณศร-โพยม เลขยานนท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ