ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2505

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาจำนองที่มีผู้ค้ำประกันว่า หากผู้จำนองผิดสัญญาไม่ชำระต้นเงิน ผู้ค้ำประกันยอมให้ผู้รับจำนองฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจำนอง และยอม

หลักกฎหมาย

ข้อความในสัญญาที่ว่าผู้ค้ำประกันยอมใช้เงินตามสัญญาจำนองและค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ย่อมหมายความว่า ถ้าบังคับจำนองแล้วยังขาดเงินอยู่เท่าใด ผู้ค้ำประกันก็ต้องใช้จนครบ

คำวินิจฉัย

ข้อความในสัญญาจำนองที่มีผู้ค้ำประกันยอมใช้เงินตามสัญญาจำนองและค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น หมายความว่า ถ้าบังคับจำนองแล้วยังขาดเงินอยู่เท่าใด ผู้ค้ำประกันก็ต้องใช้จนครบ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

มีสัญญาจำนองซึ่งมีผู้ค้ำประกันอีกต่างหาก โดยระบุว่าถ้าผู้จำนองผิดสัญญาไม่ชำระต้นเงินตามสัญญา ผู้ค้ำประกันยอมให้ผู้รับจำนองฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจำนอง และผู้ค้ำประกันยอมใช้เงินตามสัญญาจำนองและค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2505นางทองคำ วิทยาภรณ์โจทก์นางสำเภา พุตประพันธ์ ที่ 1จำเลยร้อยตำรวจโทมงคล พุตประพันธ์ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. สัญญาจำนอง ซึ่งมีผู้ค้ำประกันอีกต่างหากว่า ถ้าผู้จำนองผิดสัญญาไม่ชำระต้นเงินตามสัญญา ผู้ค้ำประกันยอมให้ผู้รับจำนองฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจำนอง โดยผู้ค้ำประกันยอมใช้เงินตามสัญญาจำนองและค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นดังนี้ ย่อมหมายความว่า ถ้าบังคับจำนองแล้วยังขาดเงินอยู่เท่าใด ผู้ค้ำประกันก็ต้องใช้จนครบ(เจน เวชศิลป์-ไชยเจริญ สันติศิริ-โพยม เลขยานนท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ