ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2220/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2220/2540พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายวิชา เปรมสมบัติจำเลย ป.อ. ม. 138 ป.วิ.อ. ม. 227ประจักษ์พยานโจทก์ที่นำสืบทั้งสองปากเป็นเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมนั้นมิได้แต่งเครื่องแบบ เหตุที่เข้าจับกุมจำเลยก็สืบเนื่องจากเหตุวิวาทส่วนตัวระหว่างจำเลยกับผู้จับกุมถึงขั้นลงมือทำร้ายกันก่อนที่พยานโจทก์อ้างว่าได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ จึงเห็นได้ชัดว่าลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของพยานผู้จับกุมเป็นผลสืบเนื่องจากการวิวาทส่วนตัวน้ำหนักความเป็นกลางของพยานผู้จับกุมจึงน้อย ไม่อาจจะรับฟังเชื่อถือได้มั่นคง ดังนี้ เมื่อพิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริงที่มีประจักษ์พยานบุคคลอื่นซึ่งเป็นประชาชนแต่โจทก์หาได้นำสืบประกอบเพื่อสนับสนุนให้คำเบิกความของพยานผู้จับกุมมีน้ำหนักดีขึ้นแต่ประการใดไม่ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบจึงไม่พอรับฟังลงโทษจำเลยโดยปราศจากข้อสงสัย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ ขนาด .357 มีเครื่องหมายทะเบียนและมีกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .357 แมกนั่ม จำนวน 11 นัด ไว้ในครอบครองของจำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปตามทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หลังจากที่จำเลยกระทำผิดดังกล่าวแล้วสิบตำรวจโทกมล ดำรงชีพ พบเห็นการกระทำผิดของจำเลย ได้แสดงตัวและขอตรวจค้นจับกุม จำเลยต่อสู้ขัดขวางไม่ยินยอมให้ตรวจค้นจับกุมและใช้กำลังประทุษร้าย ใช้เท้าถีบสิบตำรวจโทกมลอันเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 และ 72 ทวิ ประม