ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3790 - 3792/2540

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3790 - 3792/2540นาง ธรรมรัตน์ ภวะเวส กับพวกโจทก์นาย มาลัย พราหมณโชติ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 243แม้คำสั่งที่ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยจะเป็นคำสั่งที่ชอบ แต่เป็นคำสั่งที่ชอบเฉพาะประเด็นที่ว่าโจทก์ในฐานะคู่ความจะอุทธรณ์ในเรื่องขอสืบพยานใหม่ไม่ได้มิได้หมายความว่าห้ามศาลสูงมิให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานใหม่ให้ได้ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญแห่งคดีจนสิ้นกระแสความและพิพากษาใหม่ได้ ซึ่งอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในอันที่จะยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่นั้นมีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 เมื่อคดีนี้ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมทั้งมีข้อเท็จจริงที่ยังโต้เถียงกันอยู่โจทก์จึงมีสิทธิที่จะสืบพยานต่อไปคดีทั้งสามสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกจำเลยสำนวนที่หนึ่งว่า จำเลยที่ 1 เรียกจำเลยสำนวนที่สองว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และเรียกจำเลยสำนวนที่สามว่า จำเลยที่ 5 และที่ 6โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสามสำนวนพร้อมบริวารได้บุกรุกเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยและบริวารทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ จึงได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่ดินดังกล่าว แต่จำเลยทุกคนเพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยทุกคนและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยทั้งสามสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า ไม่ได้บุกรุกที่ดินของโจทก์ แต่ทำประโยชน์อยู่ในที่ดินของฝ่ายจำเลยเอง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เนื่องจากมิได้บรรยายให้จำเลยเข้าใจว่าบุกรุกที่ดินของโจทก์อย่างไร ส่วนไหนของที่ดินและบุกรุกด้วยวิธีการใดขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องและคำให้การทั้งสามสำนวนแล้วมีคำสั่งให้งดชี