ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6957/2540นาง นภา สังข์สังวาลย์โจทก์นาย พิพัฒน์ แก้วเจริญโชค กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 653 ป.วิ.พ. ม. 87, ม. 91, ม. 248ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์คลาดเคลื่อนเพราะสัญญากู้ยืมเงิน 80,000 บาท มิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริงมูลหนี้เดิมเป็นการซื้อขายทองรูปพรรณ หาใช่เป็นการกู้ยืมเงินไม่นั้น เป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกา จำเลยที่ 2 ยอมรับไว้ว่าได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.2 อีกทั้งจำเลยที่ 2 ได้เสียค่าอ้างเอกสารตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย ล.4 แล้ว ซึ่งเป็นเอกสารเรื่องเดียวกันและคู่ความทั้งสองฝ่ายมีสิทธิที่จะอ้างอิงพยานหลักฐานร่วมกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 91 ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังเอกสารดังกล่าวจึงชอบแล้วโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2535 จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงิน 120,000บาท ในสัญญาไม่มีกำหนดเวลาให้คืนเงินซึ่งยืมไป ตกลงให้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โดยมีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 รับเงินจำนวนดังกล่าวจากโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์เพียง 10,000 บาท โดยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยอีกเลย โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระต้นเงิน 120,000 บาท และดอกเบี้ยค้างชำระอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2535 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 3 ปี เป็นเงินดอกเบี้ย54,000 บาท หักเงินที่จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ย 10,000 บาทแล้ว คงเหลือค่าดอกเบี้ยที่ค้างชำระ 44,000 บาท รวมเป็นเงินที่ต้องชำระทั้งสิ้น 164,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 164,000 บ