ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5235/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5235/2542นาง เพ็ญพร โฆมานะสินโจทก์นาย เสน่ห์ อึ้งพวงศรี กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 653 วรรคหนึ่งจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ 600,000 บาท โดยโจทก์ออกเช็คให้จำเลยไปเบิกเงินจากธนาคารครบถ้วนแล้ว ในการนี้จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ที่ต้นขั้วเช็คให้โจทก์ ประกอบข้อความว่าได้รับเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ระบุว่าได้รับอะไร ข้อความดังกล่าวเขียนไว้ด้านหลังของต้นขั้วเช็ค ซึ่งด้านหน้าระบุชื่อจำเลย และจำนวนเงิน 600,000 บาท ข้อความ 2 ด้านอาจพอฟังประกอบกันได้ว่า ได้รับเช็คเงิน 600,000 บาท ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่อาจฟังขยายความออกไปได้ว่าเป็นการรับเช็คที่กู้ยืมเงินหรือรับเงินที่กู้ยืม ดังนี้ เมื่อโจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ย่อมต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่งโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2538 จำเลยทั้งสามกู้ยืมเงินโจทก์ 600,000บาท โดยตกลงชำระคืนภายใน 2 เดือน โจทก์ออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขาขอนแก่น ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2538 สั่งจ่ายเงิน 600,000 บาท ให้จำเลยทั้งสามรับไปแล้ว และจำเลยทั้งสามนำเช็คไปเบิกเงิน 600,000 บาท จากธนาคารได้แล้ว เมื่อครบกำหนดจำเลยทั้งสามไม่ชำระเงินคืนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์จะฟ้องบังคับจำเลยได้หรือไม่ ในปัญหาข้อนี้โจทก์นำสืบว่าจำเลยทั้งสามกู้ยืมเงินโจทก์ 600,000 บาท โจทก์ออกเช็คให้จำเลยทั้งสามไปเบิกเงินจากธนาคารได้ไปครบถ