ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2504

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการบรรยายฟ้องและการกำหนดจำนวนเงินที่ต้องคืนหรือใช้ทรัพย์เมื่อฟ้องไม่ชัดเจนและบางส่วนขาดอายุความ

หลักกฎหมาย

เมื่อฟ้องบรรยายแต่ยอดเงินรวม โดยมิได้แยกประเภท และเงินประเภทหนึ่งขาดอายุความ ทำให้ไม่สามารถกำหนดจำนวนเงินที่ต้องคืนหรือใช้ทรัพย์ได้ ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ในชั้นนี้จำเลยยังไม่ต้องคืนหรือใช้ทรัพย์

คำวินิจฉัย

ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ในชั้นนี้จำเลยยังไม่ต้องคืนหรือใช้ทรัพย์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงิน 2 ประเภท แต่บรรยายเพียงยอดเงินรวม โดยมิได้แยกเป็นรายประเภท ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยยักยอกจริง แต่เงินประเภทหนึ่งขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว และไม่ปรากฏว่าประเภทที่ยังไม่ขาดอายุความเป็นเงินเท่าใด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2504พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีโจทก์นายตุ๊ ตรีเพ็ชร์จำเลย ป.วิ.อ. ฟ้องว่า ยักยอกเงิน 2 ประเภท กล่าวบรรยายแต่ยอดเงินรวมมาว่า รวมเป็นเงินเท่าใด โดยมิได้แยกออกเป็นรายประเภทไว้ เพราะไม่ปรากฏแน่ชัดว่ายักยอกประเภทละเท่าใด เมื่อฟังว่าจำเลยยักยอกจริง แต่เงินประเภทหนึ่งได้ขาดอายุความฟ้องร้องเสียแล้ว และทางพิจารณาก็ไม่ได้ความว่าประเภทที่ยังไม่ขาดอายุความเป็นเงินเท่าใด ดังนี้เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ศาลกล่าวว่า ในชั้นนี้จำเลยยังไม่ต้องคืนหรือใช้ทรัพย์ได้(สุทธิวาทนฤพุฒิ-เชื้อ คงคากุล-สารกิจปรีชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ