โจทก์สามารถฟ้องเรียกหนี้เงินกู้เดิมได้หรือไม่ เมื่อเช็คที่จำเลยนำมาชำระหนี้ขาดอายุความแล้ว
แม้เช็คจะขาดอายุความแล้ว แต่หนี้เงินกู้ยังไม่ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 321 วรรคท้าย โจทก์จึงฟ้องเรียกหนี้เงินกู้เดิมนั้นได้ภายในอายุความ
โจทก์ฟ้องเรียกหนี้เงินกู้เดิมได้ภายในอายุความ
จำเลยเป็นหนี้โจทก์เรื่องเงินกู้ ต่อมาจำเลยนำเช็คมามอบให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ แต่ภายหลังเช็คขึ้นเงินไม่ได้ โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้แล้ว จำเลยเพิกเฉย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2504นายประกิต สุนทราภา เจ้าของยี่ห้อเอี้ยท่งเซ้งโจทก์นายเซี้ยง แซ่อึ้ง เจ้าของอู่พ่นสีโฉ่งเสงจำเลย ป.พ.พ. โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์เรื่องเงินกู้แล้วต่อมาจำเลยได้นำเช็คมามอบให้โจทก์เป็นการชำระหนี้แต่ภายหลังเช็คนั้นขึ้นเงินไม่ได้ โจทก์จึงยังไม่ได้รับชำระหนี้ และโจทก์ทวงถามและบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้แล้ว จำเลยเพิกเฉยเสีย จึงขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้นั้นแก่โจทก์ ดังนี้ มิได้เป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็คแต่อย่างเดียว แต่เป็นการเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิมที่จำเลยกู้โจทก์ไปอยู่ในตัวด้วย แม้เช็คนั้นจะขาดอายุความแล้ว แต่หนี้เงินกู้ยังไม่ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคท้ายโจทก์จึงฟ้องเรียกหนี้เงินกู้เดิมนั้นได้ภายในอายุความ(สัญญา ธรรมศักดิ์-บริรักษ์จรรยาวัตร-สอาด นาวีเจริญ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ