ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286/2546พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นาย พจนา พันธุ์ดีจำเลย ป.อ. ม. 1 (6), ม. 339 ป.วิ.อ. ม. 227แม้จำเลยจะมิได้พูดจาข่มขู่หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายแต่พฤติการณ์ของจำเลยที่เดินเข้าหาผู้เสียหายจนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวจนต้องดึงสร้อยคอทองคำโยนทิ้ง บ่งบอกให้เห็นว่าจำเลยแสดงอาการขู่เข็ญผู้เสียหายแล้วโดยไม่จำต้องพิจารณาว่าจำเลยจะได้พูดจาขู่เข็ญผู้เสียหายหรือไม่ และเมื่อผู้เสียหายโยนสร้อยคอทองคำทิ้งเพื่อมิให้จำเลยแย่งเอาไปได้ จำเลยยังใช้มีดปลายแหลมจ่อที่หน้าอกผู้เสียหายอีก กรณีถือได้ว่าเป็นการขู่เข็ญผู้เสียหายมิให้ขัดขืนต่อการที่จำเลยจะลักเอาสร้อยคำทองคำและเป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายแล้วการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสามโจทก์ฟ้องว่า จำเลยชิงทรัพย์เอาสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น ราคา 5,400บาท ของนางแช่ม พวงลำเจียก ผู้เสียหายไป โดยจำเลยใช้อาวุธมีดจะแทงผู้เสียหายอันเป็นการขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย เพื่อให้ความสะดวกแก่การชิงทรัพย์ การพาทรัพย์นั้นไป และยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ การชิงทรัพย์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยได้กระทำโดยใช้รถจักรยานยนต์ 1 คันเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด พาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุมเหตุเกิดที่ตำบลลาดน้ำเค็ม อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1092/2543 ของศาลชั้นต้น เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1639/2543 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 983/2544