ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2546
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2546พนักงานอัยการจังหวัดพังงาโจทก์นาง ศรารัตน์หรือภา เต็มพุฒิจำเลย ป.อ. ม. 334 ป.วิ.อ. ม. 134, ม. 174, ม. 227คำรับของจำเลยที่ว่าตนเป็นคนลักทรัพย์ผู้เสียหายไปต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พนักงานสอบสวนนั้น แม้จะถือว่าเป็นคำรับอันเป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของจำเลยและสามารถใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ก็ตาม แต่โจทก์ต้องมีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามคำรับด้วยจึงจะลงโทษจำเลยได้เพราะเป็นภาระหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นเช่นนั้นเมื่อโจทก์ไม่มีพยานเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้าย ทั้งผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือแฝงที่ปรากฏบนพื้นกระจกโต๊ะและกระจกบานเกล็ดในที่เกิดเหตุเปรียบเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยแล้วพบว่าลายพิมพ์นิ้วมือแฝงมีจุดลักษณะสำคัญพิเศษของลายเส้นแตกต่างจากลายพิมพ์นิ้วมือ10 นิ้ว ของจำเลย กรณีจึงไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยงัดบานเกล็ด 5 บาน และมุ้งลวดหน้าต่างบ้านนางกัลยาพงษ์ภมร ผู้เสียหาย จนหลุดออกและเอื้อมมือลอดช่องหน้าต่าง บิดลูกบิดประตูหลังบ้านแล้วเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหาย และจำเลยลักสร้อยคอทองคำหนัก3 บาท 1 เส้น ราคา 21,000 บาท สร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น ราคา 14,000บาท สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น ราคา 21,000 บาท แหวนทองคำสลักนามสกุลหนัก 2 สลึง 1 วง ราคา 3,500 บาท ตุ้มหูทองคำ 2 คู่ หนักคู่ละ 2 สลึง ราคา7,000 บาท และเหรียญกษาปณ์ในกระปุกออมสินจำนวน 1,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น68,000 บาท ของผู้เสียหายซึ่งเก็บรักษาไว้ในเคหสถานดังกล่าวไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลทับปุด อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เจ้าพนักงานยึดเหรียญกษาปณ์จำนวน1,373 บาท ของผู้เสียหายที่ถูกลักไปอ