ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2546นาง อนงค์ พรหมพังโจทก์นาย ขจรศักดิ์ ธุระจำเลย ป.พ.พ. ม. 155 วรรคหนึ่ง, ม. 369, ม. 453, ม. 456, ม. 702 ป.วิ.พ. ม. 55เดิมจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาทที่จดทะเบียนจำนองแก่ธนาคาร ก. และจำเลยเป็นหนี้เงินกู้ยืมโจทก์จำนวนหนึ่ง ต่อมาธนาคาร ก. ทวงให้จำเลยชำระหนี้จำนอง จำเลยจึงตกลงทำสัญญาขายที่ดินและบ้านพิพาทแก่โจทก์ แล้วโจทก์นำไปจำนองธนาคาร ท. โดยมีข้อตกลงให้จำเลยผ่อนชำระหนี้แทนโจทก์เมื่อชำระครบถ้วนแล้วโจทก์จะโอนที่ดินและบ้านพิพาทคืนจำเลย ดังนั้น สัญญาขายบ้านและที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยทำขึ้นโดยมีเจตนาที่แท้จริง แต่มีเงื่อนไขในการโอนกลับคืนอันถือเป็นข้อตกลงที่บังคับได้ การซื้อขายบ้านและที่ดินดังกล่าวจึงมิใช่การแสดงเจตนาลวง แต่เมื่อจำเลยไม่ได้ผ่อนชำระหนี้แทนโจทก์ และโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ประสงค์ให้จำเลยและบริวารอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาทอีกต่อไป โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2539 โจทก์ทำสัญญาซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 11048 ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากจำเลยในราคา 850,000 บาท แต่จำเลยและบริวารยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทต่อมาโจทก์ต้องการใช้สอยทำประโยชน์ในบ้านและที่ดินพิพาท จึงได้แจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไป แต่จำเลยเพิกเฉย การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เนื่องจากหากโจทก์นำบ้านและที่ดินพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่า จะได้ค่าเช่าในอัตราเดือนละ 3,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากบ้านเลขที่ 166 ถนนพหลโยธิน ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา และอ