ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5875/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5875/2545ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชนโจทก์นาย เกียรติ วิศิษฎ์สรอรรถจำเลย ป.วิ.พ. ม. 161, ม. 223, ม. ตาราง 1จำเลยขอสินเชื่อโดยทำสัญญากับโจทก์หลายประเภท และจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ มูลหนี้ทั้งหมดจึงเกี่ยวข้องกันและโจทก์มีสิทธินำมาฟ้องรวมเป็นคดีเดียวกันได้ ค่าขึ้นศาลที่โจทก์มีหน้าที่ชำระตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ 1(ก) จึงเท่ากับสองแสนบาทซึ่งเป็นอัตราสูงสุด การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยแยกตามมูลหนี้แต่ละสัญญา จึงเป็นการเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเกินกว่าที่โจทก์มีหน้าที่ต้องเสียตามกฎหมายจำเลยซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายซึ่งมีหน้าที่ต้องชำระแทนโจทก์หากตนเป็นฝ่ายแพ้คดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ย่อมถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงมีสิทธิคัดค้านและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และสัญญากู้เงิน พร้อมดอกเบี้ย รวมยอดหนี้ถึงวันฟ้อง 17,132,368.36บาท โดยเสียค่าขึ้นศาลจากทุนทรัพย์รวมกันทุกสัญญา 200,000 บาท ขณะที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มโดยแยกคำนวณตามทุนทรัพย์แต่ละสัญญาโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จำเลยยื่นคำคัดค้าน ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แต่ละสัญญารวมเป็นเงิน 12,426,086.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยโดยนำเงินจำนวน 2,459,862.24 บาท ซึ่งจำเลยชำระหนี้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์2538 หักชำระเป็นดอกเบี้ยและต้นเงินจากยอดหนี้ในวันดังกล่าวออกเสียก่อนหากจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอ