ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6186/2545นาง สุนทร กิจแพทย์ กับพวกโจทก์นาง อมรศรี ดิษฐเต้ยหลวงจำเลย ป.พ.พ. ม. 1497 ป.วิ.พ. ม. 55ท. มีคู่สมรสอยู่แล้ว การที่ ท. จดทะเบียนสมรสกับจำเลยอีก โดยมิได้หย่าขาดจาก ป. เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 แม้โจทก์จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ท. กับ จ. ภริยาอีกคนหนึ่งของ ท. แต่ก็เป็นทายาทโดยธรรมของ ท. เมื่อ ท. ตายแล้วโจทก์ย่อมจะมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของ ท. โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นบุคคลผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่าง ท. และจำเลยเป็นโมฆะได้ตามมาตรา 1497 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องโจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทิ้งดิษฐเต้ยหลวง กับนางเจียม ดิษฐเต้ยหลวง ซึ่งจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 19พฤษภาคม 2508 นางเจียมถึงแก่ความตายแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2514 ต่อมาวันที่5 เมษายน 2515 นายทิ้งจดทะเบียนสมรสกับนางประจิม ดิษฐเต้ยหลวง (นางสาวประจิมกระบี่น้อย) แล้วนายทิ้งได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2535 หลังจากนั้นวันที่ 16 เมษายน 2541 นายทิ้งถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรีในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1236/2541 ขอให้มีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายทิ้งโดยจำเลยอ้างว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทิ้ง ซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมฝ่ายเมืองของนายทิ้งกับมีสิทธิได้รับมรดกของนายทิ้งที่มิได้ระบุไว้ในพินัยกรรมในฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของนายทิ้งทั้งนี้ขณะนายทิ้งจดทะเบียนสมรสกับจำเลยนั้น นายทิ้งมีนางประจิมเป็นคู่สมรสอยู่แล้วการสมรสระหว่างนายทิ้งกับจำเลยเป็นโมฆะเนื่องจากฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ