ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2546พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายรุ่งหรือดำ ติณะมาศจำเลย ป.วิ.อ. ม. 226บันทึกคำให้การพยานชั้นสอบสวนแม้จะเป็นพยานบอกเล่าก็รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ หาใช่ต้องห้ามมิให้รับฟังไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายเสน่ห์ กลิ่นจันทร์ ร่วมกันใช้มีดปลายแหลม 1 เล่มเป็นอาวุธแทงทำร้ายนาย พ. พิทยา พรหมสุรินทร์ ผู้ตาย หลายครั้งโดยเจตนาฆ่า ถูกบริเวณลำตัว ช่องท้อง อก และ แขนซ้าย เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 15 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธแทงทำร้ายนาย พ.พิทยาพรหมสุรินทร์ ผู้ตายหลายครั้งโดยเจตนาฆ่า มีบาดแผลปรากฎตามรายงานการตรวจศพเอกสารหมาย จ.2 เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยนายเสน่ห์ กลิ่นจันทร์เป็นคนร้ายคนหนึ่ง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโท รณรงค์ บุญยะกลัม พนักงานสอบสวนขณะเกิดเหตุเบิกความว่าพยานกับพวกไปดูที่เกิดเหตุจากการสอบถามผู้ที่อยู่บริเวณนั้นได้ความว่าผู้ตายทะเลาะกับจำเลยและนายเสน่ห์ แล้วนายเสน่ห์ล็อกคอผู้ตายให้จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทง ซึ่งเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับนายเสน่ห์ได้ในวันนั้นเอง นายเสน่ห์ก็ให้การรับว่าได้กระทำเช่นนั้นจริง และโจทก์มีคำให้การชั้นสอบสวนของนางเกษร เขตนิมิตรตามบันทึกคำให้การของพยานเอกสารหมาย จ.18 เป็นพยานซึ่งนางเกษรให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้โดยละเอียดตั้ง