ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2546
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2546นาย พรมดี วัตรสารหรือวัตระสารหรือวัตสารฯโจทก์นาย สมาน แสงอุ่นจำเลย ป.พ.พ. ม. 193/30 ป.ที่ดิน ม. 61จำเลยไม่มีสิทธิครอบครองที่ดิน การที่จำเลยนำที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของโจทก์ไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) จึงไม่ชอบ ศาลมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 และตราบใดที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ยังไม่ถูกเพิกถอนย่อมถือว่าการละเมิดยังมีอยู่ ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)เลขที่ 63 ตำบลตาดทอง อำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันอำเภอเมืองยโสธรจังหวัดยโสธร) ระบุเนื้อที่ในแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) จำนวน 13 ไร่ แต่มีเนื้อที่จริงประมาณ 20 ไร่ โจทก์แบ่งที่ดินดังกล่าวทางด้านทิศใต้ให้นางสมศรี แสงอุ่นภริยาจำเลย นางบังอร วัตรสาร และนางอุดม ดงบัง บุตรโจทก์ทั้ง 3 คน ใช้เป็นที่นาทำกินคนละประมาณ 2 ไร่ ส่วนที่ดินที่เหลือโจทก์ใช้ทำกินกับภริยา ประมาณปี 2521ทางราชการได้ประกาศให้มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ สำหรับผู้ครอบครองที่ดินมือเปล่า โจทก์จึงไปยื่นเรื่อง เจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 941 ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ให้โจทก์ โดยโจทก์เข้าใจว่าได้ออกให้ตามจำนวนเนื้อที่จริงของที่ดินซึ่งรวมที่ดินพิพาท ส่วนที่โจทก์ให้บุตรทั้ง 3 คน ทำกินไว้ด้วย โจทก์มาทราบเมื่อปี 2539 ว่าจำเลยได้นำที่ดินพิพาทไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตั้งแต่ปี 2521 คือหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 942 ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ในนามของจำเลยโดยโจทก์ไม่ทราบมาก่อนและไม่เคยยกที่ดินพิพา