ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2540
ประเด็นกฎหมาย
การตีความสัญญาซื้อขายและสัญญาจ้างทำของที่ทำในเอกสารฉบับเดียวกันว่าเป็นสัญญาแยกต่างหากหรือไม่ และการมีสถานประกอบการถาวรสำหรับสัญญาจ้างทำของส่งผลต่อความ
หลักกฎหมาย
หากคู่สัญญาแสดงเจตนาทำเอกเทศสัญญาสองลักษณะต่างกัน แม้จะทำเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในสัญญาฉบับเดียวกันและแบ่งมูลค่าแยกกัน ก็ต้องตีความเจตนาอันแท้จริงว่าแยกต่างหากจากกัน และสถานประกอบการถาวรสำหรับธุรกิจตามสัญญาจ้างทำของ ไม่ได้หมายความว่าสถานประกอบการดังกล่าวเป็นสถานประกอบการสำหรับธุรกิจตามสัญญาซื้อขายไปด้
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า สัญญาแยกเป็น 2 ลักษณะ (ซื้อขายและจ้างทำของ) โจทก์ไม่มีสถานประกอบการถาวรสำหรับสัญญาซื้อขาย จึงยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับส่วนนั้น และคำนวณภาษีเฉพาะส่วนค่าก่อสร้างที่ยังไม่หักค่าใช้จ่าย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยทำสัญญากับโจทก์โดยระบุในเอกสารประกอบว่าจัดหาเครื่องมือและวัตถุดิบกับการบริการติดตั้งเป็นสัญญาที่แยกต่างหากจากกันและแบ่งมูลค่าแยกกัน ขณะทำสัญญาขายเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ โจทก์ยังไม่มีสถานธุรกิจประจำซึ่งใช้ประกอบธุรกิจการขายตั้งอยู่ในประเทศไทย และโครงการก่อสร้างมีระยะเวลา
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2540บริษัท เบลส์ เทเลโฟน มานูแฟคเจอริ่ง จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 70 ทวิ, ม. 76 ทวิ, อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยกับเบลเยี่ยมคู่สัญญาแสดงเจตนาทำเอกเทศสัญญาสองลักษณะต่างกันแม้จะทำเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในสัญญาฉบับเดียวกันก็ย่อมกระทำได้เมื่อสัญญาซื้อขายติดตั้งและก่อสร้างที่โจทก์ทำไว้กับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยระบุว่าการจัดหาเครื่องมือและวัตถุดิบและการบริการก่อสร้างและติดตั้งเป็นสัญญาที่แยกต่างหากจากกันและยังได้แบ่งมูลค่าของแต่ละสัญญาออกจากกันจึงต้องตีความเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาว่าโจทก์และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเจตนาทำสัญญาซื้อขายเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์กับสัญญาจ้างทำของแยกต่างหากจากกันเป็น2ลักษณะและแยกราคาทรัพย์สินที่ซื้อขายออกต่างหากจากสินจ้างหาใช่คู่สัญญาเจตนาทำสัญญาจ้างทำของโดยตกลงให้โจทก์เป็นผู้จัดหาสัมภาระไม่ ขณะโจทก์ทำสัญญากับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยโจทก์ยังไม่มีสถานธุรกิจประจำซึ่งโจทก์ใช้ประกอบธุรกิจการขายตั้งอยู่ในประเทศไทยจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยในขณะทำสัญญาขายเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ให้แก่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยแม้การก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์เครือข่ายชุมสายโทรศัพท์จะเป็นโครงการที่โจทก์ต้องเข้ามาดำเนินการมีกำหนดระยะเวลาเกินกว่า6เดือนอันถือได้ว่าโจทก์มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยตามข้อ5.2(ซ)แห่งความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับเบลเยี่ยมเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนก็เป็นกรณีที่โจทก์มีสถานประกอบการถาวรสำหรับธุรกิจตามสัญญาจ้างทำของเท่านั้นหาได้มีความหมายว่าสถานประกอบการถาวรดังกล่าวเป็นสถานประกอบการสำหรับธุรกิจตามสัญญาซื้อขายไปด้วยไม่ฉะนั้นกำไรจ