การฟ้องบุคคลในตำแหน่งนายกเทศมนตรีให้รับผิดส่วนตัวแทนเทศบาล โดยมิได้ฟ้องเทศบาลเป็นจำเลย
เทศบาลเมืองสงขลาเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบุคคลธรรมดา การที่โจทก์ระบุนามบุคคลที่เป็นจำเลยโดยไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่าฟ้องในฐานะอย่างอื่น ถือเป็นการฟ้องในฐานะส่วนตัวของบุคคลนั้น โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นส่วนตัวไม่ได้
พิพากษายืนให้ยกฟ้องของโจทก์
โจทก์ฟ้องนายเสรี เลขะกุลซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองสงขลา แต่ไม่ได้ระบุเทศบาลเมืองสงขลาเป็นจำเลย โจทก์อ้างว่าจำเลยประเมินเก็บภาษีเกินอัตราและไม่มีพิกัดในกฎหมาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2489นายสุภักษร วิริยากรโจทก์นายเสรี เลขะกุลจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 67, ม. 172 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2485 โจทก์ฟ้องเทศบาลเมืองสงขลาให้รับผิด แต่มิได้ระบุเอาเทศบาลเมืองสงขลาเป็นจำเลย แต่ได้ระบุให้จำเลยรับผิดแม้จะบรรยายไว้ในฟ้องว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรี ก็ถือว่าฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัวต้องยกฟ้องโจทก์ฟ้องนายเสรี เลขะกุลเป็นจำเลย กล่าวในฟ้องว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีแห่งเทศบาลเมืองสงขลา ได้ประเมินเก็บภาษีเกินกว่าอัตราและไม่มีพิกัดในกฎหมาย โจทก์ยื่นอุทธรณ์แล้วจำเลยคงสั่งยืนไม่ยอมแก้ไข ขอให้ศาลห้ามและเก็บค่าภาษีเพียง 18 บาทจำเลยให้การต่อสู้ว่า ภาษีรายนี้ เทศบาลเมืองสงขลาเป็นผู้เก็บโจทก์จะมาฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นส่วนตัวไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เทศบาลเมืองสงขลาเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบุคคลธรรมดา ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์ โจทก์ระบุนามบุคคลที่เป็นจำเลยโดยไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่า ได้ฟ้องในฐานะอย่างอื่นแล้วก็ต้องถือว่า เป็นการฟ้องในฐานะส่วนตัวของบุคคลนั้นเสมอ คดีนี้โจทก์จะฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นส่วนตัวไม่ได้ พิพากษายืนให้ยกฟ้องของโจทก์(ประมูล สุวรรณศร-อิศรภักดีธรรมวิเทต-เลขวณิชธรรมวิทักษ์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ