ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2553พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรีโจทก์นายเกษม สิริสุริยกมลชัย กับพวกโจทก์ร่วมนายประจักษ์ สิริสุริยกมลชัยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 249 วรรคหนึ่ง ป.วิ.อ. ม. 5 (2), ม. 195 วรรคสอง, ม. 225โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 297 แต่ตามคำฟ้องไม่ได้ความว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ แม้โจทก์ร่วมทั้งสองจะยื่นคำร้องอ้างว่าการทำร้ายของจำเลยทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา โดยโจทก์ไม่คัดค้านการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมก็ตาม แต่ผู้เสียหายถึงแก่ความตายหลังเกิดเหตุนานเกือบ 9 เดือน และบาดแผลที่เป็นสาเหตุให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายก็มิใช่บาดแผลที่ผู้เสียหายถูกจำเลยทำร้ายตามฟ้อง ทั้งโจทก์ก็มิได้ยืนยันแน่นอนว่าบาดแผลที่ทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายเกิดจากการกระทำของจำเลยจริงดังนี้ โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นบุพการีของผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายโดยเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ได้ กรณีไม่อยู่ในบังคับตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมจึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะฎีกาโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายเกษมและนางเม่ง บิดามารดาของผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ โดยขอถือเอาคำฟ้องและบัญชีระบุพยานของพนักงานอัยการเป็นเสมือนคำฟ้องและบัญชีระบุพยานของผู้ร้องด้วย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำ