ปัญหาว่าความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นเช่าหรืออาศัย และจำเลยจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2486 หรือไม่
การที่จำเลยให้การว่าอยู่โดยอาศัยและเสียค่าอาศัยเป็นรายเดือน แสดงว่าเป็นเรื่องเช่า ไม่ใช่เรื่องอาศัย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องเดือนละ 10 บาท โจทก์ถูกประเมินภาษีค่าเช่าเดือนละ 30 บาท จึงเรียกค่าเช่าเพิ่ม จำเลยไม่ยอมชำระ โจทก์ขอให้ขับไล่และชำระค่าเช่า 30 บาท จำเลยให้การว่าอาศัยโดยเสียค่าอาศัยเดือนละ 9 บาท และได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2489นายเทียนทอง สว่างวงศ์โจทก์นายสุเมธ หังสพฤกษ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 537, ม. 1402 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2486 ในคำให้การกล่าวว่าอยู่โดยอาศัยและเสียค่าอาศัยเป็นรายเดือนนั้นแสดงว่าเป็นเรื่องเช่าไม่ใช่เรื่องอาศัยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องโจทก์เดือนละ 10 บาท โจทก์ถูกประเมินภาษีค่าเช่าเดือนละ 30 บาท จึงเรียกค่าเช่าจากจำเลยตามจำนวนนี้ จำเลยไม่ยอมชำระจึงขอให้ขับไล่ และชำระค่าเช่าเดือนละ 30 บาทจำเลยให้การว่าได้อาศัยห้องจากโจทก์โดยเสียค่าอาศัยเดือนละ 9 บาทโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่า 30 บาท และจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยต่อสู้ว่าอาศัยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าให้ขับไล่จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามคำให้การแสดงว่าเป็นเรื่องเช่า จึงอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าได้ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(ชัยประชา-ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ