ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2551พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานีโจทก์นายภราดร กองคำจำเลย ป.วิ.อ. ม. 176, ม. 227ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง มีความหมายว่า ในคดีที่มีอัตราโทษขั้นต่ำตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษที่หนักกว่านั้น แม้จำเลยให้การรับสารภาพต่อศาลว่ากระทำความผิดตามฟ้อง ศาลก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามคำรับนั้นได้ แต่ต้องฟังพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพให้เป็นที่พอใจก่อนว่าจำเลยกระทำความผิดจริงจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ส่วนปัญหาว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับเช่นว่านี้ต้องมีน้ำหนักมั่นคงเพียงใดนั้น เห็นได้ว่า ในกรณีเช่นนี้โจทก์ไม่จำต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยดังเช่นคดีที่จำเลยให้การปฏิเสธ เพียงแต่มีพยานมาสืบให้เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามคำรับก็เป็นการเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยโดยอาศัยพยานหลักฐานนั้นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 188, 264, 265, 268, 334, 339, 340 ตรี, 371 ริบเศษหัวกระสุนปืน 2 ชิ้น แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม 1 แผ่น และเครื่องหมายตรวจสภาพรถและมาตรค่าโดยสารสีแดงปลอม 1 แผ่น ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 334, 339 วรรคท้าย, 371 เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น (ที่ถูกกับความผิดฐานลักทรัพย์) เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 188 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90 จำคุก 2 ปี ฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปรับ 100 บาท ฐานชิงทร