ธนาคารอาคารสงเคราะห์เรียกดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปีตามสัญญากู้โดยไม่ประกาศอัตราดอกเบี้ยก่อน และเรียกค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้า
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ จึงไม่ต้องประกาศอัตราดอกเบี้ยก่อนเรียกเก็บตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย การเรียกดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปีตามสัญญาไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนค่าเบี้ยประกันภัย โจทก์มีสิทธิเรียกได้เฉพาะที่ได้ทดรองจ่ายไปแล้วเท่านั้น ไม่มีสิทธิเรียกค่าเบี้ยประกันภัยในอนาคต
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 744,322.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี จากต้นเงิน 634,540.10 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยกู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์โดยตกลงเสียดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี และจำนองห้องชุดเป็นประกัน ต่อมาจำเลยผิดนัด โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี และค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2546ธนาคาร อาคารสงเคราะห์โจทก์นาย ประชากร พัฒนะกุลจำเลย ป.พ.พ. ม. 7, ม. 653, ม. 880 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดสถาบันการเงินและอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินอาจคิดได้จากผู้กู้ยืม (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2537 ตามหนังสือสัญญากู้เงิน ข้อ 1 มีใจความว่า ผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้เป็นรายเดือนสำหรับเงินกู้ตามสัญญาในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี หรือตามอัตราดอกเบี้ยใหม่ซึ่งผู้ให้กู้อาจเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ได้ และผู้กู้ยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยใหม่ตามประกาศธนาคารฯ สัญญาข้อนี้เป็นข้อตกลงให้โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้ในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ในระหว่างสัญญาโดยอนุวัตตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ที่กำหนดให้ธนาคารโจทก์เรียกดอกเบี้ยจากผู้กู้ยืมได้ในอัตราสูงสุดไม่เกินร้อยละ 19 ต่อปี โดยไม่มีข้อกำหนดให้ต้องประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยแต่ประการใดส่วนที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยฯซึ่งมีข้อกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องประกาศอัตราดอกเบี้ยทั่วไปที่เรียกจากลูกค้าและอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่เรียกจากลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขและจะเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าประกาศไม่ได้นั้น ใช้บังคับเฉพาะกรณีของธนาคารที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ฯ เท่านั้น ไม่รวมถึงโจทก์ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ฯ การที่โจทก์เรียกดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ตามสัญญากู้เงินข้อ 1 โดยมิได้ประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยนี้ก่อน จึงไม่ขัดต่อกฎหมายและมีผลบังคับกันได้ โจทก์จะมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันภัยได้ต่อเมื่อโจทก์ได้ทดรองจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยไปก่อนแล้วเท่านั้น ไม