ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2546นาย สุรพล บุญนุกูลโจทก์นาย เติม ดอกไม้พุ่ม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1360 ป.วิ.พ. ม. 182ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและนัดฟังคำพิพากษาโดยสอบถามโจทก์และจำเลย โดยต่างคนต่างแถลงตามข้ออ้างและข้อเถียงของตน มิได้แถลงรับข้อเท็จจริงอันสำคัญในประเด็นที่โต้แย้ง ข้อเท็จจริงจึงยังไม่ยุติ และข้อเท็จจริงตามคำฟ้องคำให้การและคำแถลงของคู่ความยังไม่เพียงพอวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบโจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน และต่างปลูกบ้านอาศัยและครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดเป็นเวลาหลายสิบปี จำเลยที่ 2 ขออาศัยโจทก์และมารดาโจทก์ปลูกบ้านเพื่อขายของในที่ดินส่วนของโจทก์ เมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ร่วมกันยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกโฉนด จำเลยที่ 2 ได้อายัดการแบ่งแยกที่ดินโดยอ้างว่าได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงแจ้งยกเลิกการรังวัดแบ่งแยก ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาเพิกถอนหนังสือแจ้งยกเลิกการรังวัดของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์จดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดที่ดินที่ได้รังวัดแล้วไปฝ่ายเดียวโดยถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 และบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายปีละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์เสร็จ และให้พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจขายที่ดินส่วนที่โจทก์ครอบครองให้แก่จำเลยที่ 2 สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ และที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ไม่ผูกพันตามคำพิพากษาตามยอม ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างจำเลยทั้งสองในคดีหมายเลขแดงที่ 15/2543 ของศาลแขวงพ