ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8960/2551

ประเด็นกฎหมาย

อำนาจฟ้องขับไล่ของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยสุจริต แม้จะมีการยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดและมีการโอนทรัพย์ระหว่างพิจารณา

หลักกฎหมาย

ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยสุจริตย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 ทันที การยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 ไม่กระทบสิทธิของผู้ซื้อจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเพิกถอน และอำนาจฟ้องพิจารณา ณ เวลายื่นฟ้อง การโอนทรัพย์ระหว่างพิจารณาไม่ทำให้อำนาจฟ้องสิ้นสุด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน แต่ให้ยกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ให้เรียกเก็บค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์อย่างคดีมีทุนทรัพย์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท ในแต่ละชั้นศาลแก่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสุจริต ชำระราคาครบถ้วนและจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว จำเลยยังคงอาศัยอยู่ในทรัพย์ดังกล่าว ต่อมาจำเลยและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดซึ่งยังไม่ถึงที่สุด และระหว่างพิจารณาโจทก์ได้โอนทรัพย์ให้บุคคลอื่น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8960/2551นายเที่ยง สีหารี โดย นางนารถฤดี ปากวิเศษโจทก์ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนนายนริทร์ ศรีวิเศษจำเลย ป.พ.พ. ม. 1330 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 249, ม. 296, ตาราง 1 (2) ท้าย ป.วิ.พ.จำเลยฎีกาว่า โจทก์ซื้อที่ดินและตึกแถวจากการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริต ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า โจทก์กระทำการโดยสุจริต ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีรู้เห็นเป็นใจกับโจทก์ขายทอดตลาดในราคาต่ำเป็นเรื่องนอกคำให้การ มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงไม่รับวินิจฉัย ซึ่งเป็นเหตุผลคนละเหตุกับศาลชั้นต้น การที่จำเลยฎีกาโดยคัดลอกข้อความในอุทธรณ์มาทั้งสิ้น มิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบอย่างไร และด้วยเหตุผลใด จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง โจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินและตึกแถวโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโจทก์ย่อมได้สิทธิในที่ดินและตึกแถวที่ซื้อตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 การที่จำเลยและเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดก็เป็นเรื่องของการเพิกถอนการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 อีกส่วนหนึ่ง ตราบใดที่ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์ย่อมมีสิทธิในที่ดินและตึกแถวที่ซื้อจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสมบูรณ์ และมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้อาศัยอยู่ในที่ดินและตึกแถวโดยไม่มีสิทธิให้ออกไปได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย และแม้ว่าโจทก์จะได้โอนขายที่ดินและตึกแถวให้แก่บุคคลอื่นขณะคดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็ไม่มีผลทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์ที่มีอยู่แล้วในขณะยื่นคำฟ้องหมดสิ้นไปแต่อย่างใด โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิ