ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10588/2551

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10588/2551นางนพวรรณ กุลละวณิชย์โจทก์นายสุรพล สุขพงษ์ไทย กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 203, ม. 204 วรรคหนึ่ง, ม. 655 วรรคหนึ่งโจทก์นำเอาต้นเงินกับดอกเบี้ยค้างชำระมารวมไว้ในสัญญากู้ยืมเงินฉบับใหม่และคิดดอกเบี้ยในหนี้ต้นเงินใหม่ดังกล่าว การคิดดอกเบี้ยจากดอกเบี้ยที่นำมาทบต้นจึงเป็นการคิดดอกเบี้ยที่ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 655 วรรคหนึ่ง เมื่อดอกเบี้ยตามฟ้องได้รวมเอาดอกเบี้ยที่ต้องห้ามตามกฎหมายไว้ด้วย แต่โจทก์ไม่สามารถแยกดอกเบี้ยที่ต้องห้ามดังกล่าวออกมาให้ทราบได้ ฉ. จึงต้องรับผิดต่อโจทก์เฉพาะต้นเงินที่กู้ยืมเท่านั้น โดยให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามสัญญานับแต่เวลาที่ ฉ. ผิดนัดโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระต้นเงินจำนวน 1,098,658 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 762,193.98 บาท รวมจำนวน 1,860,851.98 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,098,658 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า นางเฉลากู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า ...ศาลได้ตรวจเปรียบเทียบลายมือชื่อนางเฉลาในเอกสารต่างๆ ที่ปรากฏในสำนวน เช่น หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน ที่จำเลยทั้งสองส่งประกอบคำถามค้านไว้ ปรากฏว่ารูปทรงของตัวอักษร ลักษณะและลีลาของการเขียนมีความละม้ายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมากกับที่นางเฉลาลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือสัญญากู้ยืมเงินฉบับที่ทำขึ้นใหม่ รวมทั้งลายมือชื่อที่ปรากฏในรายการที่