ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10565/2553

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าฟ้องที่ไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำความผิดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการกระทำความผิดตามมาตรา 22(2) และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 เป

หลักกฎหมาย

รายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ไม่จำต้องบรรยายในฟ้องหากสามารถเข้าใจข้อหาได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) และความผิดตามมาตรา 22(2) และมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 มีเจตนาต่างกัน จึงเป็นคนละกรรมกัน แม้ยังไม่ได้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ก็ตาม

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทงจำคุก 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นผู้รับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า ถูกฟ้องในความผิดฐานไม่ระบุเดือนและปีที่รวบรวม และฐานรวบรวมเมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณภาพ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือน ลดโทษกึ่งเหลือ 3 เดือน รวม 2 กระทง 6 เดือน จำเลยฎีกาโต้แย้งว่าฟ้องไม่ชอบและเป็นกรรมเดียวกั

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10565/2553พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาทโจทก์นายชาญชัย สวัสดีโอจำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) ป.วิ.พ. ม. 249 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 แม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยรวบรวมขายเมล็ดพันธุ์พืชชนิดข้าวเปลือกเจ้าซึ่งเสื่อมคุณภาพ ให้แก่ผู้ใด เมื่อใด สถานที่ใด จำนวนและราคาเท่าไร ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ไม่จำต้องบรรยายมาในฟ้องก็สามารถเข้าใจข้อหาได้ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) จำเลยฎีกาว่าไม่ได้ติดฉลากวันสิ้นอายุการใช้ทำพันธุ์เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ผ่านการทดสอบความงอก และจำเลยไม่ได้เตรียมเมล็ดพันธุ์พืชไว้จำหน่ายหรือได้จำหน่ายให้แก่ผู้ใด เป็นฎีกาในทำนองปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง ขัดกับที่จำเลยให้การรับสารภาพและเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ฎีกาดังกล่าวจึงเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 ซึ่งไม่อาจอนุญาตให้ฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อนี้มาจึงเป็นการไม่ชอบ ความผิดฐานเป็นผู้รับใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าโดยไม่ระบุเดือนและปีที่รวบรวม เดือนและปีที่สิ้นอายุการใช้เพาะปลูกหรือใช้ทำพันธุ์ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 มาตรา 22 (2) และความผิดฐานรวบรวมเมล็ดพันธุ์เสื่อมคุณ