ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2546

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2546นาย สุขุม มากประยูรโจทก์นาง เพลินตา มากประยูรจำเลย ป.พ.พ. ม. 535, ม. 1469 ป.วิ.พ. ม. 24, ม. 182การที่ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องและคำให้การแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยชี้ขาดให้เสร็จไปทั้งเรื่องโดยไม่ต้องสืบพยานศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจสั่งงดสืบพยานและให้คู่ความรอฟังคำพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 และมาตรา 182(4) โจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยซึ่งเป็นภรรยาระหว่างสมรสซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ได้บัญญัติถึงการบอกล้างสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภรรยาทำไว้ต่อกันในช่วงเวลาดังกล่าวไว้โดยเฉพาะแล้ว ดังนั้นเมื่อโจทก์ต้องการบอกล้างสัญญาการให้ที่ดินต่อจำเลย จึงต้องนำบทบัญญัติมาตรา 1469มาใช้บังคับ หาใช่นำบทบัญญัติมาตรา 535 อันเป็นบทบัญญัติทั่วไปมาใช้บังคับไม่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภรรยากัน ระหว่างสมรสโจทก์ได้ทำสัญญายกที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ให้แก่จำเลยจำนวน 7 แปลง รวมเนื้อที่ทั้งหมด235 ตารางวา เป็นราคาประเมินทั้งสิ้น 7,990,000 บาท คือที่ดินโฉนดเลขที่ 16034, 16026, 16027, 16028, 16029 และให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่16023 และ 16024 โจทก์ยังมอบหมายให้จำเลยเก็บรายได้อันเป็นผลจากดอกผลสินส่วนตัวของโจทก์คือค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าอาคาร ค่าเช่าที่ดิน เป็นรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า60,000 บาท เพื่อให้นำส่งมอบให้แก่โจทก์และนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่จำเลยประพฤติตัวไม่เหมาะสม ไม่นำเงินดังกล่าวมอบแก่โจทก์ แต่กลับไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อประโยชน์สุขของจำเลยฝ่ายเดียว นอกจากนี้ยังบังคับให้โจทก์อนุญาตให้จำเลยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 16029 และ 16034 จดทะเบียนจำนองแก่บุคคลภายนอกจนโจทก์ต้