ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2554

ประเด็นกฎหมาย

ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีและฐานพรากเด็กไปเพื่อการอนาจาร การลดโทษและการรอการลงโทษ

หลักกฎหมาย

การกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยา ไม่ว่าผู้เสียหายจะยินยอมหรือไม่ ก็เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก (เดิม) และการพาเด็กไปกระทำชำเราที่อื่นถือเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองเพื่อการอนาจาร ตามมาตรา 317 วรรคสาม

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก (เดิม) และมาตรา 317 วรรคสาม ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 75 (ที่แก้ไขใหม่) ฐานข่มขืนกระทำชำเราจำคุก 3 ปี ฐานพรากเด็กไปเพื่อการอนาจารจำคุก 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติจำเลยมีกำหนด 2 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้เสียหายอายุ 13 ปีเศษ จำเลยอายุ 17 ปีเศษ จำเลยพาผู้เสียหายไปที่บ้านเพื่อนแล้วกระทำชำเรา ผู้เสียหายยินยอมโดยสมัครใจ จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2554พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์นายวราห์หรือจิ๋ว อุลิศจำเลย ป.อ. ม. 3, ม. 75, ม. 76, ม. 227 วรรคแรก (เดิม), , ม. 317 วรรคสาม ป.วิ.อ. ม. 195 วรรคสองขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 มีอายุเพียง 13 ปีเศษ เมื่อจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายที่ 1 ในขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 มีอายุไม่เกินสิบห้าปีและมิใช่ภริยาของจำเลยไม่ว่าผู้เสียหายที่ 1 จะยินยอมให้จำเลยกระทำชำเราหรือไม่ จำเลยย่อมมีความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคแรก (เดิม) และการที่จำเลยพาผู้เสียหายที่ 1 ไปกระทำชำเราที่บ้านของ ส. ถือว่าเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 2 โดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร จำเลยมีความผิดฐานพรากเด็กอาจไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสามด้วย แต่ขณะกระทำความผิดจำเลยยังเป็นวัยรุ่นกระทำความผิดด้วยความคึกคะนอง ทั้งผู้เสียหายที่ 1 ยินยอมให้จำเลยกระทำชำเรา ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อนและพฤติการณ์แห่งคดียังไม่ร้ายแรงนัก ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานกระทำชำเราจำคุก 12 ปี และฐานพรากเด็กไปเพื่อการอนาจาร จำคุกไม่เกิน 8 ปี โดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า เป็นการกำหนดโทษที่หนักเกินไปและการให้จำเลยต้องรับโทษจำคุกไปเสียเลยนั้นย่อมไม่เป็นผลดีแก่จำเลยและสังคม จึงเห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกเสียใหม่และให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีด้วยการรอการลงโทษให้จำเลย แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำ จึงเห็นสมควรคุมความประพฤติของจำเลยด้วย ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. (ฉบับที่ 21)ฯ มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในมาตรา 75 และ 76 แห่ง ป.อ. และให้ใช้ความใหม่แทน คดีนี้ขณะจำเลยกระทำความผิด จำเลยอายุสิบเจ็ดปีเศษ การลดมาตราส่