ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2554นางหัด ศรีฮาด กับพวกโจทก์นายสาร์วิทย์ จันปุ่ม โดยนายสุวิจักขณ์ ศิริธร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลย ป.พ.พ. ม. 155 วรรคสอง, ม. 172, ม. 407 ป.ที่ดิน ม. 31โจทก์และจำเลยทราบดีว่าที่ดินมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตามมาตรา 31 แห่ง ป.ที่ดิน แต่ก็ซื้อขายกันโดยหลีกเลี่ยงข้อกำหนดดังกล่าว โดยวิธีทำเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย อันเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ทั้งยังจดทะเบียนการเช่าให้แก่จำเลยซึ่งเป็นผู้จะซื้อเป็นการอำพราง และทำพินัยกรรมไว้ว่าเมื่อโจทก์ถึงแก่ความตายให้ที่ดินของโจทก์ตกเป็นของจำเลย ซึ่งนิติกรรมดังกล่าวล้วนเป็นโมฆะมาแต่ต้น มิใช่กรณีที่เป็นโมฆียะแล้วมาถูกบอกล้างในภายหลัง อันที่จะทำให้คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม เงินค่าที่ดินบางส่วนที่จำเลยชำระไปจึงเป็นการกระทำการตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ จึงไม่มีสิทธิจะได้รับเงินดังกล่าวคืนจากโจทก์โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้พิพากษาว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน พินัยกรรม และสัญญาเช่าที่ดินฉบับลงวันที่ 28 ธันวาคม 2535 เป็นโมฆะ ให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 30038, 37600 ถึง 37608, 30039, 30040 และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 428 ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคายคืนแก่โจทก์ทั้งสาม โดยปลอดจากภาระผูกพัน ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยถึงแก่ความตาย นางไครศรียื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสามและจำเลย พินัยกรรมของโจทก์ทั้งสาม และสัญญาเช่าที่ดินพิพาทฉบับลงว