ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8706/2554นางจำปี ธนะชาญชัยโจทก์นางกฤษณา เพ่งสวัสดิ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 735, ม. 728จำเลยทั้งห้าเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จำนองมาจากนาย ก. สืบเนื่องมาจากการรับมรดก จึงต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของนาย ก. กล่าวคือต้องรับผิดตามสัญญาจำนองแทนนาย ก. หาใช่เป็นผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองแต่อย่างใด กรณีของจำเลยทั้งห้าจึงมิต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 735 ที่โจทก์ในฐานะผู้รับจำนองจะต้องมีจดหมายบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน เมื่อโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งห้าชำระหนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ จึงเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 5,300,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งห้าไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งห้าให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ จำเลยทั้งห้าฎีกา โดยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กึ่งหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งห้าว่า นายโกมินทร์ได้รับเงินกู้ไปตามสัญญาเพิ่มวงเงินจำนองทั้งสี่ครั้งหรือไม่ โดยจำเลยทั้งห้าฎีกาว่า โจทก์ได้คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 24 ต่อปี ทบเข้ากับต้นเงินกู้ในการขึ้นวงเงินจำนองแต่ละครั้งโดยนายโกมินทร์ไม่ได้รับเงินไปจากโจทก์แต่อย่างใด ซึ่งศาลฎีกาได้พิเคราะห์ลายมือชื่อของโจทก์ในรายการคำนวณดอกเบี้ยเปรียบเทียบกับลายมือชื่อโจทก์ในเอกสารท