ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494

ประเด็นกฎหมาย

การที่ผู้เช่าไม่ยอมออกจากโรงเรือนทำให้เจ้าของโรงเรือนไม่สามารถรื้อถอนตามที่ตกลงกับเจ้าของที่ดิน เป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดินหรือไม่ และผู้เช่าจะ

หลักกฎหมาย

ผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือน เมื่อเจ้าของโรงเรือนหมดอำนาจ สิทธิของผู้เช่าก็หมดไปด้วย การที่ผู้เช่าไม่ยอมออกไปทำให้เจ้าของโรงเรือนไม่สามารถรื้อถอนตามที่ตกลงกับเจ้าของที่ดิน เป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน

คำวินิจฉัย

เจ้าของที่ดินฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่ได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือนให้รื้อถอนโรงเรือน และตกลงกันจะรื้อถอนแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494ขุนสนิทเศรษฐการโจทก์หม่อมเจ้ามงคลอุดม ชยางกูรจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 250ข้อฎีกาที่ว่าศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟังนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาที่ว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือน เมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้วสิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย(จำรูญเนติศาสตร์-มนูภันย์วิมลสาร-นนทประชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ