ปัญหาว่าการใช้สถานที่เช่าเพื่อการอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในสัญญา โดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง ถือเป็นการยินยอมหรือไม่ และการนำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวต้องห้ามต
แม้หนังสือสัญญาเช่าจะระบุว่าผู้เช่าเช่าไปเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าผู้เช่าใช้สถานที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นโดยผู้ให้เช่ามิได้ทักท้วง ถือเป็นการยินยอมให้ใช้เพื่อการนั้นได้ ผู้เช่าสามารถนำสืบข้อเท็จจริงที่ปฏิบัติต่อกันได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารอันต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94
ไม่ปรากฏผลคำวินิจฉัยที่ชัดเจนในข้อความที่ให้มา
หนังสือสัญญาเช่าระบุว่าผู้เช่าเช่าเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ผู้เช่าใช้สถานที่เช่าเพื่อการอื่น โดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ จำเลยให้การว่าเช่าเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1963 - 1965/2494พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ โดยนายสถิตย์โจทก์นิยมศิลป์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายโชติ พุกกะพันธ์ นางลั้ง แซ่ตั้งจำเลยนายยู่ฮะ หรือซุยหยู แซ่โค้วจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 94, ม. 177แม้หนังสือสัญญาเช่าจะมีระบุไว้แล้วว่าผู้เช่าเช่าไปเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ถ้าหากผู้เช่าใช้สถานที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นโดยฝ่ายผู้ให้เช่ามิได้ทักท้วงว่ากล่าว ก็เป็นการยินยอมให้ใช้สถานที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นได้ ฉะนั้นผู้เช่าย่อมนำสืบข้อเท็จจริงที่ได้ปฏิบัติมาต่อกันได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร อันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ จำเลยให้การว่าเช่าเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ตามคำให้การดังกล่าวเป็นคำให้การที่เข้าอยู่ในข่ายพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯแล้ว การนำสืบและคำวินิจฉัยของศาลที่เป็นไปในทางที่ว่า การเช่าของจำเลยอยู่ในความควบคุมตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯหรือไม่ จึงไม่เป็นการนอกประเด็น(ประวัติ ปัตตพงศ์-นาถปริญญา-ศิลปสิทธิวินิจฉัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ