ผู้ร่วมทุนซื้อที่ดินที่ไม่มีชื่อในสัญญาซื้อขายมีสิทธิฟ้องและสืบพยานเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของร่วมได้ และผู้เยาว์ที่ร่วมทุนซื้อที่ดินแล้วครอบครองจนล่วงเล
ผู้ร่วมทุนซื้อที่ดินที่ไม่มีชื่อในสัญญาซื้อขายสามารถฟ้องและสืบพยานเพื่อแสดงสิทธิในที่ดินได้ และการที่ผู้เยาว์ครอบครองที่ดินที่ร่วมทุนซื้อโดยไม่บอกล้างสัญญาเมื่อบรรลุนิติภาวะ ถือเป็นการให้สัตยาบันโดยปริยาย ทำให้ผู้เยาว์มีสิทธิในที่ดิน
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยกับบริวารไม่ให้เกี่ยวข้อง
โจทก์ออกเงินร่วมกับจำเลยซื้อที่นา โดยให้จำเลยลงชื่อแทนในสัญญาซื้อขาย ต่อมาจำเลยแบ่งที่นาให้โจทก์ครอบครองประมาณ 6 ไร่ จำเลยอ้างว่าการซื้อขายไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเป็นโมฆะ และโจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะในขณะซื้อ สัญญาเป็นโมฆียะและล่วงเลยการให้สัตยาบันแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2051/2492นางหวา ต้องประสงค์โจทก์นายทอง นางนวลจำเลย ป.วิ.พ. ม. 172, ม. 94 ป.พ.พ. ม. 21, ม. 141, ม. 142, ม. 143 ป.ที่ดิน การร่วมทุนกันซื้อที่ดิน แม้ในสัญญาซื้อขายจะลงชื่อคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ซื้อแต่คนเดียว ผู้ที่ร่วมทุนซื้อด้วยมีสิทธิฟ้องและขอสืบเหตุแห่งความจริงว่าได้ร่วมทุนซื้อด้วยได้ผู้เยาว์ที่ร่วมทุนซื้อที่ดินกับบุคคลอื่นที่มีชื่อในหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งเมื่อซื้อมาแล้วได้แบ่งที่ดินให้ผู้เยาว์ครอบครองมาจนล่วงเลยอายุความการให้สัตยาบัน โดยมิได้บอกล้างเช่นนี้ ถือว่า เป็นการแสดงกิริยารับรองต่อผู้เยาว์ ผู้เยาว์จึงได้สิทธิโจทก์ฟ้องว่า ได้ออกเงินรวมกับจำเลยซื้อที่นาให้จำเลยลงชื่อแทน แล้วจำเลยได้แบ่งให้โจทก์ครอบครองทำมาประมาณ 6 ไร่ ขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ และห้ามจำเลยอย่าให้เกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่าจำเลยซื้อแต่ผู้เดียว การซื้อขายของโจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเป็นโมฆะ หากฟังว่าโจทก์ออกเงินซื้อโจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นโมฆียะและล่วงเลยการให้สัตยาบัน จำเลยให้โจทก์อาศัยทำกินศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยกับบริวารไม่ให้เกี่ยวข้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ไม่ได้คัดค้านหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งเป็นเอกสารมหาชน แต่โจทก์ขอสืบเหตุแห่งความจริงว่าได้ร่วมทุนซื้อด้วยกันซึ่งโจทก์นำสืบและเรียกร้องส่วนของตนได้และฟังว่าโจทก์ได้ออกเงินรวมซื้อที่นาและได้ครอบครองนาพิพาทตามที่จำเลยแบ่งให้โจทก์จริง โจทก์ได้สิทธิ ส่วนข้อที่ว่าเวลานั้นโจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะนั้น โจทก์มิได้บอกล้าง แต่กลับแสดงกิริยารับรองตลอดมา ไม่มีทางที่จะว่าสัญญานั้นได้เลิกล้างไปแล้วพิพากษายืน(เลขวณิชธรรมวิทักษ์-มนูกิจวิมลอ